BMW Thailand

  • Auto Industry News

              

     

    The Adventure Bike Debate

     

     

    So you’ve reached that age where a little comfort is needed but you wish to reminisce of the days scrambling through the woods or dirt tracks in your younger years.  The risks of trying to get your knee down on public roads and the knowledge of 280kph plus, is just a twist of the throttle away have the better of you.  And probably for good reason!  However, the buzz, thrill and passion still survive.  So if Chris Birch and Ewan McGregor can do it, then so can I, right?

    Well of course you can, but don’t be fooled by the array of action cam snippets and clever editing for Youtube that are designed to scoop us in to the excitement or the glory of the rider showing off! 

    Putting videos designed to entice us to one side, what bike should you buy for true adventure.

    Read More

  • Take Over the Track with The BMW HP4 Race Bike

    Courtesy of luxatic.com

    BMW Motorrad has finally confirmed and detailed the full production version of the BMW HP4 Race bike and.. it’s just as incredible as expected. Set to feature a full carbon fiber frame that weights only 7.8 kg, this ravishing motorcycle benefits from 212 hp at 13,900 rpm and 88.5 lb.ft. of torque at 10,000 rpm, which should be more than enough for two wheels.

    Other technical details worth mentioning include carbon fiber wheels, an Öhlins FGR 300 fork, the Öhlins TTX 36 GP shock, Brembo GP4 PR monoblock brake calipers and a close-ratio racing gearbox. The Launch Control & Pit Lane Limiter was probably not meant to be used on the streets, but the cool BMW HP Motorsport colours should make up for that.

    Read More

     

     

  • บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย คว้ารางวัล Car & Bike of the Year 2017 ครองรางวัลรวม 15 รุ่น ตอกย้ำสถานะผู้นำแห่งนวัตกรรมยานยนต์

     

     

     

     

    กรุงเทพฯ.บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ตอกย้ำความสำเร็จและความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีแห่งยนตรกรรมระดับพรีเมียม ด้วยรางวัล “Car & Bike of the Year 2017 ยอดเยี่ยมแห่งปีสูงสุดถึง 15 รางวัล สำหรับรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู มินิ และบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด

     

    มร. สเตฟาน ทอยเชอร์ต ประธาน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “ความสำเร็จของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป มีที่มาจากวิสัยทัศน์ที่มุ่งสร้างสรรค์พัฒนาเทคโนโลยีระดับพรีเมียมที่จะเชื่อมต่อทุกมิติของการใช้ชีวิตอย่างไม่หยุดยั้ง รางวัลCar & Bike of the Year2017 กว่า 15 รางวัล จึงเป็นเครื่องพิสูจน์สถานะผู้นำและความมุ่งมั่นของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ในการยกระดับมาตรฐานนวัตกรรมยานยนต์ของไทยให้ก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง”

     

    รางวัลCar & Bike of the Year2017 นับเป็นหนึ่งในรางวัลประจำปีที่ทรงเกียรติที่สุดสำหรับผู้ผลิตยานยนต์ในประเทศไทย จัดโดย บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ผู้ก่อตั้งและผู้จัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ในการคัดสรรสุดยอดยนตรกรรมเพื่อผลักดันอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยให้มีความเจริญก้าวหน้า ทั้งในด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม การออกแบบ และการผลิต โดยมีรถยนต์ 125 คัน และรถมอเตอร์ไซค์60 คัน เข้าร่วมการทดสอบและรับการประเมินในปีนี้ โดยคณะกรรมการซึ่งประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิจากสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทยและสมาคมวิศวกรรมยานยนต์ไทย

     

    ทั้งนี้ความสำเร็จอย่างต่อเนื่องของบีเอ็มดับเบิลยู มินิ และบีเอ็มดับเบิลยูมอเตอร์ราดในประเทศไทยสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อยนตรกรรมของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป อันเป็นผลมาจากนวัตกรรมที่ล้ำสมัยและดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ โดยในปีนี้ รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู มินิ และบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ได้รับรางวัลรถยนต์และรถมอเตอร์ไซค์ยอดเยี่ยมแห่งปี(Car and Bike of the Year) สูงสุดถึง 15 รุ่น ได้แก่

     

    บีเอ็มดับเบิลยู

    1.   Best Hatchback under 1,600 CC

    บีเอ็มดับเบิลยู 218i Active Tourer M Sport

     

    2.   Best Hatchback Diesel under 2,000 CC

    บีเอ็มดับเบิลยู 320d GT Sport

     

    3.   Best Hybrid Sedan under 2,000 cc

    บีเอ็มดับเบิลยู 330e

     

    4.   Best Hybrid Super Car

    บีเอ็มดับเบิลยูi8

     

    5.   Best Hybrid Luxury SUV

    บีเอ็มดับเบิลยูX5xDrive40e M Sport

     

    6.   Best Luxury Car

    บีเอ็มดับเบิลยู 740Li

     

    7.   Best Luxury Car Diesel

    บีเอ็มดับเบิลยู 730Ld M Sport

     

    8.   Best Sport Sedan

    บีเอ็มดับเบิลยู 420i Gran Coupe Sport

     

    9.   Best SUV under 2,000 CC Diesel

    บีเอ็มดับเบิลยูX4xDrive20d M Sport 

     

    มินิ

    10. Best Convertible

    มินิ คูเปอร์ เอส คอนเวอร์ทิเบิล

     

    11. Best Sport Hatchback 3 Door

    มินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์กส์

     

    12. Best Sport Hatchback 5 Door 

    มินิ คูเปอร์ เอสดี 5 ประตูSeven Edition

     

    บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด

    13. Best Sport Bike Heavyweight

     

    บีเอ็มดับเบิลยูS 1000RR

     

    14. Best Adventure Heavyweight

    บีเอ็มดับเบิลยูS 1000XR

     

     

    15. Best Cruiser Heavyweight

    บีเอ็มดับเบิลยูR nineT

  • บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เปิดตัว บีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 7 โฉมใหม่ 2 รุ่นพร้อมเทคโนโลยี iPerformance และ M Performance

    บรรยายภาพ - บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย นำโดย มร. สเตฟาน ทอยเชอร์ต (ที่ 2 จากซ้าย) ประธาน และคุณกฤษฎา อุตตโมทย์ (ซ้าย) ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารกิจการองค์กร ร่วมด้วยคุณเศรษฐิพงศ์ อนุตรโสตถิ (ที่ 3 จากซ้าย) ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายการตลาด บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย และคุณประภัสรา อร่ามวงศ์สมุทร (ขวาสุด) ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายขาย บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย เปิดตัวทัพรถยนต์รุ่นใหม่ บีเอ็มดับเบิลยู 740Le xDrive Pure Excellence และบีเอ็มดับเบิลยู M760Li xDrive Model V12 Excellence พร้อมด้วยบีเอ็มดับเบิลยู 320d M Performance บีเอ็มดับเบิลยู 320d GT Sport และ บีเอ็มดับเบิลยู 320d GT Luxury รุ่นปรับโฉมใหม่ ณ โรงแรมเดอะ สุโขทัย ถนนสาทร

     

    กรุงเทพฯ.บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เปิดตัวทัพรถยนต์รุ่นใหม่ นำโดย บีเอ็มดับเบิลยู 740Le xDrive Pure Excellence ที่มาพร้อมเทคโนโลยีBMW TwinPower Turbo และมอเตอร์ไฟฟ้า บีเอ็มดับเบิลยูM760Li xDrive Model V12 Excellence พร้อมด้วยบีเอ็มดับเบิลยู 320d M Performance และบีเอ็มดับเบิลยู 320d GT Sport และ บีเอ็มดับเบิลยู 320d GT Luxury รุ่นปรับโฉมใหม่ ณ โรงแรมเดอะ สุโขทัย ถนนสาทร เตรียมให้ได้สัมผัสสุนทรียะแห่งการขับขี่ในแบบฉบับของบีเอ็มดับเบิลยูในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์  ครั้งที่38 ที่กำลังจะมาถึงนี้

    มร. สเตฟาน ทอยเชอร์ต ประธาน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์7 ใหม่นี้          ถือเป็นอีกขั้นของนวัตกรรมด้านยนตรกรรมจากบีเอ็มดับเบิลยู ที่ได้รับการออกแบบเพื่อยกระดับสมรรถนะและความปราดเปรียวในการขับขี่ ด้วยการนำเทคโนโลยีจากบีเอ็มดับเบิลยู ตระกูลi มาสู่รุ่นแฟลกชิปของแบรนด์บีเอ็มดับเบิลยูนี้ ไม่ว่าจะเป็นการผสมผสาน BMW eDrive เข้ากับขุมพลังBMW TwinPower Turbo หรือโครงสร้างตัวถังน้ำหนักเบาแบบCarbon Core เพื่อคงความเป็นรถซีดานที่หรูหราและทรงประสิทธิภาพที่สุด นับเป็นมาตรฐานใหม่ของนวัตกรรมทางเทคโนโลยีในเซ็กเมนต์นี้”

     

    นอกจากนี้ เรายังนำสุดยอดแห่งนวัตกรรมของบีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 7 ใหม่บีเอ็มดับเบิลยูM760Li xDrive Model V12 Excellence ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ 12 สูบอันทรงพลังด้วยเทคโนโลยีM TwinPower Turbo ในห้องเครื่อง ที่พร้อมจะทะยานไปด้วยอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชั่วโมง ภายในระยะเวลาเพียง 3.7 วินาทีเท่านั้น”

     

    “และเพื่อเป็นการมอบประสบการณ์ในการขับขี่คล่องแคล่วสไตล์สปอร์ต พร้อมด้วยเทคโนโลยีล้ำยุค เรายังได้แนะนำบีเอ็มดับเบิลยู320d M Performance รุ่นพิเศษพร้อมชุดแต่งM ในราคาที่คุ้มค่าพร้อมด้วยบีเอ็มดับเบิลยู320d GT Sport และ 320d GT Luxury โฉมใหม่ ที่ได้รับการออกแบบโฉบเฉี่ยว โดดเด่นยิ่งขึ้น ครบเครื่องด้วยประโยชน์ใช้สอยและความหรูหรา”

    บีเอ็มดับเบิลยู 740Le xDrive Pure Excellence พร้อมเทคโนโลยีปลั๊กอิน ไฮบริด

    ราคาจำหน่าย 6,699,000 บาท(รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

    โดดเด่นด้วยนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีBMW eDrive ในบีเอ็มดับเบิลยูตระกูลi นำมาสู่บีเอ็มดับเบิลยู 740Le xDrive Pure Excellence พร้อมโครงสร้างCarbon Core และแบตเตอรี่ไฟฟ้าแรงดันสูง ผสานด้วยเทคโนโลยีเฉพาะBMW TwinPower Turbo ขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้า ให้สุนทรียะแห่งการขับขี่เหนือระดับ และความหรูหราสะดวกสบายในการขับขี่ระยะไกล นอกจากนี้ ยังสามารถนำเทคโนโลยีEfficient Dynamics มารวมเข้ากับ            ยนตรกรรมได้อย่างยอดเยี่ยมที่สุดในบรรดารถยนต์ภายใต้แบรนด์บีเอ็มดับเบิลยูด้วยกัน

    ที่สุดของสองโลก: เทคโนโลยีBMW eDrive และBMW TwinPower

    บีเอ็มดับเบิลยู 740Le xDrive Pure Excellence ให้กำลังสูงสุดที่ 190 กิโลวัตต์/258 แรงม้า ด้วยเทคโนโลยีBMW TwinPower นับเป็นขุมพลัง 4 สูบที่ทรงพลังที่สุด ระบบการขับขี่ไฟฟ้ามอบกำลังเพิ่มเติมสูงสุดอีก 83 กิโลวัตต์/113 แรงม้า พร้อมตอบสนองในเสี้ยววินาที โดยเมื่อใช้งานร่วมกัน เครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าชุดนี้จะมอบกำลังสูงถึง 240 กิโลวัตต์/326 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร

     

    ยิ่งไปกว่านั้น มอเตอร์ไฟฟ้ายังรับหน้าที่ส่งพลังด้วยการสำรองพลังงานขณะแตะเบรก หรือด้วยการเพิ่มค่าภาระเครื่องยนต์ตามระบบไฮบริดที่เลือกใช้ จากนั้นจึงดึงพลังเข้าสู่แบตเตอรี่แรงดันสูง และเมื่อขับขี่ด้วยระบบไฟฟ้า บีเอ็มดับเบิลยู 740Le xDrive Pure Excellence จะสามารถสร้างระยะทางสูงสุดได้ถึง 41 กิโลเมตร (ระยะทางสูงสุดอาจแตกต่างไปตามประเภทยางรถยนต์) มอเตอร์ไฟฟ้าถูกนำมารวมเข้ากับระบบเกียร์ 8 สปีดSteptronic อย่างสมบูรณ์ เพื่อตอกย้ำประสิทธิภาพขั้นสูงสุดของการขับขี่ด้วยระบบไฟฟ้าที่สร้างความปราดเปรียวขณะขับขี่ และการนำพลังงานส่วนเกินกลับมาใช้จากระบบเบรก

     

    ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อถาวรสำหรับการขับขี่ด้วยระบบไฟฟ้า

     

    บีเอ็มดับเบิลยู 740Le xDrive Pure Excellence เดินตามรอยบีเอ็มดับเบิลยูX5xDrive40e ในฐานะรถยนต์           รุ่นที่สองที่จ่ายพลังงานด้วยการขับเคลื่อนสี่ล้อ ทั้งในการขับขี่ด้วยระบบไฟฟ้า การขับขี่ด้วยเครื่องยนต์ หรือเมื่อขับขี่ทั้งสองระบบในเวลาเดียวกัน ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะยังช่วยให้ยึดเกาะถนนได้อย่างดียิ่ง และให้เสถียรภาพอันเหนือชั้น รวมไปถึงความปราดเปรียวที่พร้อมรับมือทุกสภาวะอากาศและทุกสภาพถนน

     

    ด้วยการจ่ายพลังงานระหว่างล้อหน้าและล้อหลังที่สมบูรณ์แบบ บีเอ็มดับเบิลยู 740Le xDrive Pure Excellence สามารถเร่งเครื่องได้อย่างทรงพลัง ให้อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรภายใน 5.3 วินาที โดยมีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงอยู่ที่ 45.5 กิโลเมตรต่อลิตร อัตราการปล่อยCO2 ที่ 49 กรัมต่อกิโลเมตร ในขณะที่อัตราการใช้พลังงานไฟฟ้าทั้งหมดของบีเอ็มดับเบิลยู 740Le xDrive Pure Excellence อยู่ที่ระหว่าง 13.9 ถึง 13.2 กิโลวัตต์ ต่อ 100 กิโลเมตร (ตัวเลขคำนวนจาก EU test cycle สำหรับรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด อาจแตกต่างไปตามประเภทยางรถยนต์)

     

    ปุ่มeDrive และสวิทช์ปรับโหมดขับขี่

     

    ผู้ขับขี่สามารถกดปุ่มeDrive บริเวณกลางคอนโซลเพื่อเปลี่ยนไปสู่การขับขี่ปลั๊กอินไฮบริดได้อย่างง่ายดาย และในการใช้งานAUTO eDRIVE hybrid ซึ่งเป็นระบบการจัดการพลังงานอัจฉริยะ ช่วยเสริมประสิทธิภาพให้เครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าทำงานด้วยกันได้อย่างสูงสุดเต็มกำลัง เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่เป็นเลิศที่สุด

     

    ผู้ขับขี่ยังสามารถปรับไปใช้โหมดไฟฟ้าล้วนMAX eDRIVE ด้วยการกดปุ่มเพียงครั้งเดียว โดยโหมดนี้จะเปลี่ยนไป ใช้พลังงานจากเครื่องยนต์ไฟฟ้าเท่านั้น แต่ยังสามารถดึงขุมพลังจากเครื่องยนต์มาใช้ได้ตลอดเวลาหากเหยียบคันเร่งจนสุด ด้วยโหมดMAX eDRIVE บีเอ็มดับเบิลยู 740Le xDrive Pure Excellence สามารถให้ความเร็วสูงสุดจากพลังงานไฟฟ้าที่ 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

     

    บีเอ็มดับเบิลยู 740Le xDrive Pure Excellence ยังมาพร้อมกับสวิทช์ปรับโหมดขับขี่ที่ออกแบบใหม่ล่าสุด ซึ่งติดตั้งอยู่บนคอนโซล ผู้ขับขี่สามารถเปิดสวิทช์เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการขับขี่อันปราดเปรียวและสะดวกสบาย ยิ่งไปกว่านั้น สวิทช์ปรับโหมดขับขี่ยังเสนออีกหนึ่งทางเลือกด้วย ADAPTIVE modeซึ่งสามารถตอบสนองต่อสไตล์การขับขี่และข้อมูลเส้นทางของผู้ขับขี่อย่างเห็นได้ชัด

     

    ประสิทธิภาพชั้นเลิศที่มาพร้อมกับสุนทรียะในการขับขี่ ความสะดวกสบายสำหรับการเดินทางระยะไกล และความหรูหราเฉพาะตัว

    มาตรฐานอันเหนือชั้นของ บีเอ็มดับเบิลยู 740Le xDrive Pure Excellence ยังรวมไปถึงไฟหน้าAdaptive LED กุญแจBMW Display Key ระบบนำทางแบบProfessional และระบบปฏิบัติการiDrive ที่รวมถึงฟังก์ชันทัชสกรีนบนหน้าจอ และBMW Gesture Control การสั่งงานด้วยการเคลื่อนไหวของมือโดยไม่ต้องสัมผัสหน้าจอ บริเวณห้องโดยสารด้านหน้าและด้านหลังมาพร้อมกับเบาะนั่งที่สะดวกสบาย ด้วยระบบระบายอากาศในเบาะและฟังก์ชันนวดเพื่อสุขภาพ และฟังก์ชั่นในการปรับเบาะให้อุ่นได้ บีเอ็มดับเบิลยู 740Le xDrive Pure Excellence ยังเติมเต็มที่สุดแห่งความสะดวกสบายสำหรับผู้โดยสารด้านหลังด้วยเบาะที่นั่งExecutive Lounge Seating และหลังคากระจกแบบSky Lounge Panorama

     

    บีเอ็มดับเบิลยูM760Li xDrive Model V12 Excellence

    ราคาจำหน่าย 12,499,000 บาท(รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

     

    บีเอ็มดับเบิลยูM760Li xDrive Model V12 Excellence ได้กลายเป็นรุ่นแฟลกชิปอีกหนึ่งรุ่นของตระกูลบีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 7 ด้วยความประณีตหรูหราเหนือระดับ พร้อมขุมพลังในทุกช่วงเวลาการขับขี่จากเครื่องยนต์           12 สูบ ผสานพลังเทคโนโลยีM Performance TwinPower Turbo จึงยกระดับสถานะของบีเอ็มดับเบิลยูM760Li xDrive Model V12 Excellence ให้เหนือชั้นยิ่งขึ้น

     

    เปี่ยมด้วยขุมพลังแห่งการขับขี่

     

    บีเอ็มดับเบิลยูM760Li xDrive Model V12 Excellence เปิดตัวขุมพลังใหม่ล่าสุดM Performance TwinPower Turbo พร้อมเครื่องยนต์ 12 สูบ เครื่องยนต์V12 ภายใต้ตราประทับ“M Performance” มีปริมาตรกระบอกสูบขนาด 6.6 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 448 กิโลวัตต์/610 แรงม้า ที่ 5,500 ถึง 6,500 รอบต่อนาทีพร้อมแรงบิดสูงสุด 800 นิวตันเมตรที่ 1,550 ถึง 5,000 รอบต่อนาที (อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงรวมอยู่ที่ 8.2 กิโลเมตรต่อลิตร และอัตราการปล่อยCO2 รวมที่ 291 กรัมต่อกิโลเมตร)

     

    ด้วยเทคโนโลยีM Performance TwinPower Turbo อันเหนือชั้น บีเอ็มดับเบิลยูM760Li xDrive Model V12 Excellence สามารถให้อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรภายในเวลาเพียง 3.7 วินาที จำกัดความเร็วสูงสุดที่ 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ถ่ายโอนพลังงานผ่านระบบเกียร์ 8 สปีดSteptronic Sport ซึ่งถูกปรับแต่งตามคุณลักษณะของเครื่องยนต์V12 โดยเฉพาะ

     

    พิชิตทุกคู่แข่งในเซกเมนต์ในด้านความปราดเปรียวและความสะดวกสบายในการขับขี่

     

    ระบบกันสะเทือนนวัตกรรมExecutive Drive Pro คือบัตรผ่านของความปราดเปรียวอันเฉียบคมและความสะดวก สบายในการขับขี่ที่เหนือกว่า ระบบการรักษาเสถียรภาพรถแบบActive roll ช่วยลดการสะเทือนของตัวรถให้              น้อยที่สุด ผสมผสานกับสมรรถนะจากยางรถยนต์ด้วยล้ออัลลอยพิเศษน้ำหนักเบาขนาด 20 นิ้ว เพื่อสร้าง                 ความคล่องแคล่วในการขับขี่ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในคลาสรถยนต์เดียวกันให้กับบีเอ็มดับเบิลยูM760Li xDrive Model             V12 Excellence โดยไม่ส่งผลกระทบต่อความสะดวกสบายและประสิทธิภาพในการขับขี่แม้แต่น้อย

     

    ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะBMW xDrive ที่ถูกออกแบบเพื่อเน้นการขับขี่ที่ล้อหลัง ช่วยกระจายแรงขับเคลื่อนสู่ล้อทั้งสี่ขณะเข้าโค้งได้อย่างสมดุล ความคล่องแคล่วในการขับขี่และระบบความปลอดภัยยังเป็นคุณสมบัติเพิ่มเติมจากระบบเลี้ยวทั้งสี่ล้อของบีเอ็มดับเบิลยูM760Li xDrive Model V12 Excellence ช่วยเสริมการเข้าโค้งของเพลาล้อรถด้านหน้าได้อย่างแม่นยำ ด้วยการปรับมุมการเข้าโค้งของล้อหลังได้ตามแต่ละสถานการณ์นอกจากนี้ ชุดเบรกM Sport ใหม่ ที่มากับคาลิปเปอร์สีน้ำเงินเมทัลลิคติดตราอักษรM ภายใต้ล้ออัลลอย                W-Spoke ขนาด 20 นิ้ว เป็นการตีประทับให้กับคลังอาวุธอันปราดเปรียวของบีเอ็มดับเบิลยูM760Li xDrive Model V12 Excellence ซึ่งพร้อมที่จะผ่อนกำลังหรือหยุดรถในทุกเวลาได้อย่างเหนือชั้น

     

    บีเอ็มดับเบิลยูM760Li xDrive Model V12 Excellence มาพร้อมแถบโครเมียมพาดยาวตลอดช่วงหน้ากว้างของช่องดักอากาศ ในขณะที่กระจังหน้าไตสีเงินก็มาพร้อมกับแถบโครเมียมด้านหน้า และล้อมกรอบด้วยโครเมียมสว่าง ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับรายละเอียดตามจุดต่างๆ ของตัวรถที่ตกแต่งด้วยโครเมียมสว่างเช่นกัน พร้อมติดตรา“V12 ที่ขอบฝากระโปรงท้ายอีกด้วย

     

    ภายในห้องโดยสารตกแต่งอย่างหรูหราด้วยไม้บริเวณพวงมาลัย และตัวอักษรV12 ที่จะปรากฎขึ้นบนหน้าปัดรถเมื่อผู้ขับขี่สตาร์ทเครื่องยนต์ ขอบประตูรถตกแต่งด้วยโลโก้V12 เรืองแสง สร้างความตื่นตาตื่นใจพร้อมความรื่นรมย์ในการขับขี่ที่จะเกิดขึ้น โดยโลโก้V12 ยังอวดโฉมอยู่บนคอนโซลและหน้าจอTouch Command Panel บริเวณที่วางแขนของห้องผู้โดยสารด้านหลัง

     

    ความสะดวกสบายที่มาพร้อมกับความทันสมัยหรูหราเหนือระดับ

     

    เบาะด้านหน้าอันสะดวกสบายสามารถปรับเอนได้ด้วยระบบไฟฟ้าและฟังก์ชันจดจำตำแหน่งของผู้นั่ง เมื่อจับคู่เข้ากับพรมหนานุ่มพิเศษของห้องผู้โดยสารด้านหลัง จึงช่วยสร้างบรรยากาศแห่งความหรูหราอันเหนือชั้น ขณะที่ตัวเบาะ บริเวณข้างที่นั่ง พนักพิงศีรษะ ประตูด้านในรถ และที่วางแขนตรงกลางและด้านข้าง หุ้มด้วย หนังแกะคุณภาพเยี่ยม เติมเต็มบรรยากาศแห่งความหรูหราได้อย่างมีรสนิยม

     

    เช่นเดียวกับบีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์7 โฉมใหม่รุ่นอื่นๆ จอมอนิเตอร์ระบบiDrive ของบีเอ็มดับเบิลยูM760Li xDrive Model V12 Excellence แสดงผลบนหน้าจอและควบคุมด้วยการสัมผัสรวมถึงระบบการสั่งงานด้วย            การเคลื่อนไหวในระบบiDrive เป็นครั้งแรกของตระกูลบีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์7 รวมไปถึงตัวยึดโทรศัพท์มือถือบริเวณคอนโซลซึ่งสามารถชาร์จโทรศัพท์มือถือได้แบบไร้สาย ผ่านการเหนี่ยวนำกระแสไฟฟ้าได้เป็นครั้งแรกในรถยนต์

     

    เสริมทัพในกลุ่มเครื่องยนต์ดีเซลBMW TwinPower Turbo อีก 2 รุ่น: บีเอ็มดับเบิลยู 320d M Performanceบีเอ็มดับเบิลยู320d GT Sport และ บีเอ็มดับเบิลยู 320d GT Luxury

     

    ราคาจำหน่ายบีเอ็มดับเบิลยู 320d M Performance: 2,499,000 บาท(รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

    ราคาจำหน่ายบีเอ็มดับเบิลยู320d GT Sport และ บีเอ็มดับเบิลยู 320d GT Luxury: 2,999,000 บาท(รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

     

    บีเอ็มดับเบิลยู 320d M Performance รุ่นประกอบในประเทศ โดดเด่นและเฉียบคมยิ่งขึ้นด้วยชุดแต่งM กับfront splitter สีดำด้าน กันชนหน้าและหลังติดสติ๊กเกอร์Giugiaro สร้างความเร้าใจให้กับผู้ขับขี่ด้วยรูปลักษณ์แบบสปอร์ต ยังมาพร้อมกับกระจังหน้าไตสีดำเงาและฝาครอบรอบกระจกข้างแบบคาร์บอน ช่องระบายอากาศด้านหลังและสปอยเลอร์หลังมาในสีดำด้าน พร้อมกรอบประตูสีดำด้านที่ติดตราประทับ'M Performance' ขณะที่ฉายแสงแอลอีดีด้วยโลโก้บีเอ็มดับเบิลยูบริเวณประตู สร้างประสบการณ์อันเหนือชั้นให้แก่ผู้ขับขี่ก่อนเข้าสู่ตัวรถ

     

    ด้วยชุดกันชนหน้าที่มีช่องระบายอากาศดีไซน์ใหม่ เน้นย้ำถึงความกว้างของตัวรถ เช่นเดียวกับชุดกันชนหลังและไฟท้ายแอลอีดีที่ช่วยเสริมมาดความสปอร์ตของตัวรถ พร้อมไฟหน้าและไฟตัดหมอกแอลอีดีเพื่อทัศนวิสัยในการขับขี่ที่ดียิ่งขึ้น

    กุญแจอันเป็นเอกลักษณ์ของบีเอ็มดับเบิลยูมาในระบบcomfort access system ที่สามารถสั่งการอย่างง่ายดายได้ด้วยสัญญาณทางไกล พร้อมเซ็นเซอร์น้ำฝนที่สร้างทัศนวิสัยอันปลอดโปร่งในทุกเวลา บีเอ็มดับเบิลยู 320d M Performance ยังมีระบบcruise control ช่วยให้ผู้ขับขี่กำหนดความเร็วสูงสุดและสร้างความสะดวกสบายสำหรับการเดินทางไกลได้อย่างไร้กังวล ขณะที่กระจกมองหลังด้านในและกระจกข้างฝั่งคนขับยังช่วยป้องกันดวงตาของผู้ขับขี่ไม่ให้พร่ามัวด้วยฟังก์ชันป้องกันแสงจากไฟรถ

    บีเอ็มดับเบิลยู 320d M Performance มาพร้อมกับขุมพลังระดับ 190 แรงม้าที่ 4,000 รอบต่อนาที ที่ประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 27 กิโลเมตรต่อลิตร พร้อมอัตราการปล่อยCO2 เพียง 99 กรัมต่อกิโลเมตร ระบบเกียร์ 8 สปีดSteptronic ใหม่ มีส่วนช่วยลดอัตราการปล่อยก๊าซCO2 ด้วยประสิทธิภาพอัตราการทดเกียร์ที่กว้างขึ้น และตัวแปลงแรงบิดที่สูญเสียกำลังน้อยลงในขณะเปลี่ยนเกียร์ ช่วยลดการปล่อยก๊าซCO2 ลงได้ราว 3 เปอร์เซ็นต์ พร้อมกับเกียร์อัตโนมัติSteptronic Sport 8 สปีด และก้านเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย

     

    โฉบเฉี่ยวด้วยบีเอ็มดับเบิลยู 320d GT Sport และ บีเอ็มดับเบิลยู 320d GT Luxury โฉมใหม่

     

    บีเอ็มดับเบิลยูต่อยอดความสำเร็จของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 3 เพิ่มนวัตกรรมล่าสุดให้แก่ บีเอ็มดับเบิลยู320d GT Sport และ บีเอ็มดับเบิลยู320d GT Luxury โฉมใหม่ ผสมผสานยนตรกรรมหรูหราแบบซีดานเข้ากับความโฉบเฉี่ยวสไตล์สปอร์ตอย่างแท้จริง และยังคงประสิทธิภาพเอนกประสงค์ของรถยนต์ในแนวทัวริ่งไว้อย่างครบถ้วน มาพร้อมการออกแบบทั้งภายนอกและภายในที่โฉบเฉี่ยว โดดเด่นยิ่งขึ้น ด้วยไฟหน้าแอลอีดีและเทคโนโลยีBMW Selective Beam เพิ่มทัศนวิสัยและความปลอดภัยยามค่ำคืนบนถนนอันคดเคี้ยว รวมไปถึงระบบปรับการทำงานไฟสูง ไฟตัดหมอกแอลอีดี และไฟท้ายแอลอีดี ภายในตัวรถประกอบด้วยคอนโซลสีดำเงาและระบบiDrive ใหม่ล่าสุดที่อำนวยความสะดวกให้ผู้ขับขี่ควบคุมฟังก์ชันต่างๆ ของรถได้โดยไม่เสียสมาธิจากการขับขี่บนถนน



    จากซ้าย

    1.    คุณจาตุรนต์ โกมลมิศร์ กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)

    2.    ดร. ปราจิน เอี่ยมลำเนา ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)

    3.    คุณขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธาน บริษัท สื่อสากล จำกัด

    4.    มร. สเตฟาน ทอยเชอร์ต ประธาน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย

    5.    คุณจรวย ขันมณี ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ยานยนต์ สแควร์ กรุ๊ป จำกัด

    6.    คุณจตุพร ขันมณี รองประธานบริหาร บริษัท ยานยนต์ สแควร์ กรุ๊ป จำกัด

    7.    คุณเศรษฐิพงศ์ อนุตรโสตถิ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายการตลาด บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย

    8.    คุณประภัสรา อร่ามวงศ์สมุทร ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายขาย บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย

    9.    คุณกฤษฎา อุตตโมทย์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารกิจการองค์กร บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย

     

     

    จากซ้าย

    1.    คุณกฤษฎา อุตตโมทย์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารกิจการองค์กร บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย

    2.    คุณประภัสรา อร่ามวงศ์สมุทร ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายขาย บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย

    3.    คุณเศรษฐิพงศ์ อนุตรโสตถิ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายการตลาด บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย

    4.    คุณจตุพร ขันมณี รองประธานบริหาร บริษัท ยานยนต์ สแควร์ กรุ๊ป จำกัด

    5.    คุณจรวย ขันมณี ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ยานยนต์ สแควร์ กรุ๊ป จำกัด

    6.    มร. สเตฟาน ทอยเชอร์ต ประธาน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย

    7.    คุณขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธาน บริษัท สื่อสากล จำกัด

    8.    ดร. ปราจิน เอี่ยมลำเนา ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)

    9.    คุณจาตุรนต์ โกมลมิศร์ กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)

  • บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย พัฒนาศักยภาพเริ่มสายการประกอบรถยนต์ปลั๊กอิน ไฮบริด ตอกย้ำวิสัยทัศน์อนาคตแห่งความยั่งยืน

    ในภาพจากซ้ายไปขวา

    ·        คุณวีรศักดิ์ ศุภประเสริฐ รองผู้อำนวยการ สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม

    ·        คุณสุรพล ชามาตย์ ผู้ตรวจราชการ กระทรวงอุตสาหกรรม

    ·        คุณวิบูลย์ กรมดิษฐ์ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่การตลาด บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด(มหาชน)

    ·        มร.เจฟฟรีย์ กอดิอาโน กรรมการผู้จัดการ และประธานบริหารบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง

    ประเทศไทย

    ·        มร.สเตฟาน ทอยเชอร์ต ประธาน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย

    ·        ดร.อุตตม สาวนายนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

    ·        ดร.ปราจิน เอี่ยมลำเนา ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)

    ·        คุณวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

    ·        ดร.ยศพงษ์ ลออนวล นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าแห่งประเทศไทย

    ·        คุณวิชัย จิราธิยุต ผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์

     

    กรุงเทพฯ.บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย นำโดยมร.เจฟฟรีย์ กอดิอาโน (ที่ 4 จากซ้าย) กรรมการผู้จัดการและประธานบริหาร พร้อมด้วยมร. สเตฟาน ทอยเชอร์ต (ที่6 จากซ้าย) ประธาน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย พาสื่อมวลชนเข้าเยี่ยมชมสายการประกอบรถยนต์ปลั๊กอิน ไฮบริด ของบีเอ็มดับเบิลยู ณ โรงงานบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ณ นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จังหวัดระยอง โดยได้รับเกียรติจาก ดร.อุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม (ที่5 จากซ้าย) เข้าร่วมแสดงความยินดีกับอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ในการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมยานยนต์ที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ที่มุ่งสร้างอนาคตแห่งความยั่งยืน

     

    โรงงานบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย เป็นโรงงานแห่งเดียวในโลกของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ปที่สามารถผลิตยนตรกรรมหรูทั้งสามแบรนด์ ได้แก่ บีเอ็มดับเบิลยู มินิ และบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ซึ่งนับว่าเป็นโรงงานบีเอ็มดับเบิลยูที่มีความสำคัญในตลาดภูมิภาคอาเซียนและเอเชีย และปัจจุบันยังพัฒนาศักยภาพในการเดินหน้าสายการประกอบรถยนต์ปลั๊กอิน ไฮบริด โดยเริ่มสายการประกอบรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูปลั๊กอิน ไฮบริด 2 รุ่นในประเทศไทย ได้แก่บีเอ็มดับเบิลยู 330e Luxury และบีเอ็มดับเบิลยูX5 xDrive40e M Sport ซึ่งเป็นรถยนต์ที่สามารถนำสมรรถนะของมอเตอร์ไฟฟ้ามาใช้งานร่วมกับเครื่องยนต์ได้อย่างคุ้มค่า ช่วยลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง และสามารถขับขี่ในตัวเมืองได้โดยปราศจากการปล่อยมลภาวะออกจากท่อไอเสีย

    การพัฒนาศักยภาพในการเดินหน้าสายการประกอบรถยนต์ปลั๊กอิน ไฮบริด ในครั้งนี้เป็นเครื่องยืนยันถึงความสำเร็จอีกก้าวของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทยในการดำเนินพันธกิจตามวิสัยทัศน์แห่งการสร้างอนาคตที่ยั่งยืน และยังสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทสำคัญที่โรงงานที่จังหวัดระยอง และประเทศไทย มีต่อการดำเนินธุรกิจของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคอาเซียน เราเชื่อมั่นว่าโรงงานที่จังหวัดระยอง จะสามารถพัฒนานวัตกรรมและขยายการบริการของเราให้กับลูกค้าและผู้จำหน่ายอย่างต่อเนื่อง

    และสามารถสร้างความสำเร็จที่จะนำไปสู่ความยั่งยืนต่อไปในอนาคต” มร. สเตฟาน ทอยเชอร์ต ประธาน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าว

    มร.เจฟฟรีย์ กอดิอาโน กรรมการผู้จัดการ และประธานบริหาร บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง

    ประเทศไทย กล่าวว่า  ด้วยความมุ่งมั่น ทุ่มเท และความสามารถของทีมงานทุกคนที่โรงงานในประเทศไทยแห่งนี้ ทำให้บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย สามารถขยายประสิทธิภาพและความยืดหยุ่นในการผลิตได้อย่างไม่หยุดยั้ง นอกจากโรงงานของเราในประเทศไทยแห่งนี้ จะเป็นที่แรกและที่เดียวในโลกที่ประกอบได้ทั้ง บีเอ็มดับเบิลยู มินิและบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ภายใต้หลังคาเดียวกันแล้ว เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับความไว้วางใจให้พัฒนาศักยภาพในการประกอบรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูปลั๊กอิน ไฮบริด ในรุ่นบีเอ็มดับเบิลยู 330e Luxury และบีเอ็มดับเบิลยูX5 xDrive40e M Sport และเชื่อมั่นว่าการขยายสายการประกอบรถยนต์ปลั๊กอิน ไฮบริด ณ โรงงานที่ระยองแห่งนี้จะช่วยเสริมสร้างรากฐานให้ประเทศไทยเป็นผู้นำทางด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ในภูมิภาค และสนับสนุนให้ประเทศไทยเดินหน้าสู่ความยั่งยืนในอนาคต

    ดร.อุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ร่วมแสดงความยินดีและกล่าวถึงความสำเร็จ                 ครั้งนี้ว่า “กระทรวงอุตสาหกรรมและบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย มีโอกาสทำงานร่วมกันในการขยายการดำเนินงานและพัฒนาธุรกิจของ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ในประเทศไทยมายาวนานเรารู้สึกเป็นเกียรติเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีส่วนร่วมในการฉลองความสำเร็จของบีเอ็มดับเบิลยูในการขยายสายการประกอบรถยนต์ปลั๊กอิน ไฮบริด ในครั้งนี้ และมีความยินดีที่ได้เห็นบีเอ็มดับเบิลยูให้ความสำคัญกับการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศอันเป็นเครื่องสะท้อนถึงความร่วมมืออันแน่นแฟ้นระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนที่จะนำประเทศไทยนำไปสู่อนาคตที่ยั่งยืน 

    รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู 330e Luxury และบีเอ็มดับเบิลยูX5 xDrive40e M Sport  เป็นรถยนต์ปลั๊กอิน ไฮบริดที่มาพร้อมเทคโนโลยีiPerformance ที่เกิดจากการผสมผสานนวัตกรรมของบีเอ็มดับเบิลยู

    และบีเอ็มดับเบิลยูiไว้ด้วยกันอย่างลงตัว เช่นเดียวกับรถยนต์ปลั๊กอิน ไฮบริดของบีเอ็มดับเบิลยูรุ่นอื่นทุกรุ่น โดยสามารถส่งกำลังแบบไฮบริดที่ผสานการทำงานของทั้งเครื่องยนต์เทคโนโลยีBMW TwinPower Turboเกียร์สเต็ปทรอนิก 8 สปีด และเทคโนโลยีบีเอ็มดับเบิลยูeDriveที่พัฒนาโดยบีเอ็มดับเบิลยูiส่งผลให้บีเอ็มดับเบิลยู 330e Luxury และบีเอ็มดับเบิลยูX5 xDrive40e M Sportเปี่ยมไปด้วยนวัตกรรมอัจฉริยะเพื่อการบริหารจัดการพลังงานอย่างชาญฉลาด จึงสามารถใช้งานเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าควบคู่กันไปได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ รองรับการขับขี่ด้วยไฟฟ้าแบบเต็มรูปแบบที่โดยปราศจากการก่อมลภาวะ พร้อมยังมอบความประหยัดที่เหนือกว่าและสมรรถนะอันโดดเด่นจากการตอบสนองที่รวดเร็วในสไตล์รถยนต์ไฮบริด สามารถคงไว้ซึ่งความเพลิดเพลินในยามขับขี่ตามแบบฉบับของบีเอ็มดับเบิลยู โดยไม่ทิ้งแนวคิดของความยั่งยืน

  • บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย จับรายชื่อผู้โชคดีรับรางวัลรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู 118i M Sport จากโปรแกรม The Ultimate JOY Experience

    ปทุมธานีบีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย นำโดย นายเศรษฐิพงศ์ อนุตรโสตถิ (ซ้าย) ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายการตลาด จัดพิธีจับรางวัลพิเศษให้แก่เจ้าของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูผู้โชคดีที่เข้าร่วมโปรแกรม “The Ultimate JOY Experience” และลงทะเบียนใน www.BMWultimateJOY.com ระหว่างวันที่ 3 กุมภาพันธ์ – 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2560 ที่ผ่านมา มอบรางวัลสุดหรู รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู 118i M Sport มูลค่า 1,999,000 บาท  โดยมี นายปรีชา เบี้ยมุกดา (ขวา) เจ้าพนักงานระดับชำนาญการพิเศษ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ ศูนย์ฝึกอบรมบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เมื่อเร็วๆ นี้

     

    ทั้งนี้ จะมีการประกาศรายชื่อผู้โชคดีที่ www.bmw.co.th, www.BMWultimateJOY.com, และเฟซบุ๊คเพจ BMW Thailand ในวันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2560 เป็นต้นไป

     

     

  • บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทยจัดการแข่งขัน BMW Golf Cup International 2017 รอบคัดเลือก เฟ้นหาตัวแทนนักกอล์ฟสมัครเล่นชิงแชมป์ระดับประเทศ

    ในภาพจากซ้าย

    1. มร. บียอร์น แอนทอนส์สัน ประธานกรรมการบริหาร บีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทย
    2. คุณกำพล พิพัฒน์อนันต์กุล ประธานกลุ่มยูโรปา มอเตอร์
    3. มร. สเตฟาน ทอยเชอร์ต ประธาน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย
    4. คุณประชา จิวะพรทิพย์ รองประธานกรรมการ บริษัท ไวตา จำกัด
    5. คุณภูมิใจ ขำภโต ผู้จัดการใหญ่ประจำประเทศไทย ธนาคารดอยซ์แบงก์ ประเทศไทย
    6. คุณชลัทชัย ปภัสร์พงษ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเตอร์-มีเดียคอนซัลแทนท์ จำกัด
    7. คุณวิเชียร หาญประวีณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วิสเซ่น แอนด์ โค จำกัด

     

    กรุงเทพฯ บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย นำโดย มร. สเตฟาน ทอยเชอร์ต (ที่ 3 จากซ้าย) ประธาน จัดการแข่งขันกอล์ฟรายการ BMW Golf Cup International 2017 รอบคัดเลือก ณ สนามนิกันติ กอล์ฟ คลับ นครปฐม โดยมีนักกอล์ฟสมัครเล่นรวมกว่า 2,400 คนทั่วประเทศเข้าร่วมแข่งขันเพื่อเป็นหนึ่งใน 120 คนที่จะผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ ก่อนจะคัดเลือกเหลือเพียง 3 ท่านเท่านั้นที่จะได้รับเกียรติเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศระดับโลก

    BMW Golf Cup International เป็นทัวร์นาเมนท์กอล์ฟสมัครเล่นระดับเวิลด์คลาสที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยเมื่อไม่นานมานี้ ทีมประเทศไทยได้ฉลองชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์ ด้วยการคว้าแชมป์ประเภท National Team Category ใน BMW Golf Cup International World Final 2016 ได้เป็นครั้งแรก โดยในปีนี้ บีเอ็มดับเบิลยูเชิญชวนผู้สมัครเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับโครงการ “ทำดีเพื่อพ่อ” ด้วยการบริจาคเงินท่านละ 2,000 บาท โดยรายได้ทั้งหมดจะถูกนำไปสมทบให้กับมูลนิธิชัยพัฒนา เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

Go to top