Mazda Thailand

  • Auto Industry News

          

     

    มาสด้าเปิดตัว ALL-NEW MAZDA CX-5 ใหม่ ที่สุดของที่สุด Make All Chapters Remarkable เป็นที่สุดในทุกบทบาท ย้ำชัดนี่คือรถอเนกประสงค์เอสยูวีที่คนไทยรอคอยมากที่สุด

    กรุงเทพฯประเทศไทย, 13พฤศจิกายน2560 – มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย จับมือกับ มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น ร่วมกันจัดงานเปิดตัวแนะนำที่สุดของรถอเนกประสงค์เอสยูวี ALL-NEW MAZDA CX-5 โฉมใหม่ ล่าสุด มาพร้อมรูปทรงการออกแบบอันสง่างามทั้งภายนอกและภายใน ที่ได้แรงบันดาลใจจากสุนทรียศาสตร์ของงานศิลปะญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม ผลลัพธ์ที่ได้คือ รูปลักษณ์ภายนอกที่ดูโดดเด่นมีชีวิตชีวา หรูหราแบบพรีเมี่ยม รวมไปถึงรูปลักษณ์ภายในที่สร้างบรรยากาศให้เกิดความสุขสำหรับการพักผ่อนให้กับผู้ขับขี่และผู้โดยสารทุกคน เติมเต็มความสปอร์ตหรูหราสไตล์ยุโรป รวมเอาสุนทรียศาสตร์แบบญี่ปุ่นที่ใช้แนวทางการออกแบบ “less is more” หรือ การออกแบบด้วยการลดองค์ประกอบที่ไม่จำเป็นเพื่อให้ดูเรียบง่าย แต่สุขุมและยังคงให้ความสปอร์ตโฉบเฉี่ยวในแบบฉบับใหม่ อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีเจนเนอเรชั่นใหม่ล่าสุด เปิดราคาเริ่มต้นเพียง 1.29 ล้านบาทเท่านั้น ตั้งเป้าขาย 7,200 คันต่อปี หรือเพิ่มขึ้น 100%

    READ MORE

    ENGLISH

     

    การ์มิน E530 กล้องติดหน้ารถที่คุ้มค่า

    ถ้าคุณยังไม่ได้มีซักตัว ผมการันตีว่าคุณต้องมีซักตัว เพราะมันจะไม่มีอะไรที่น่ารำคาญไปมากกว่าการเป็นผู้ไร้เดียงสากับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น เพราะเมื่อไม่นานมานี้ผมเจออุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับตัวผมเอง ที่แย่ไปกว่านั้นคู่กรณีของผมขับรถไม่มีประกันภัย!! แถมยังขับรถมาตัดหน้าแล้วแถรถมาชนข้างของรถผมซะอีก... เป็นตามธรรมเนียมที่คนขับรถไม่มีประกันรถยนต์มักจะบอกว่าตัวเองไม่ใช่ฝ่ายผิด แล้วงานก็เข้าเจ้าหน้าที่ตำรวจจนได้...ซึ่งความซวยก็มาเกิดที่ผมอีกเมื่อรถของผมดันเป็นรถป้ายแดงแถมผมก็ยังไม่ได้ติดกล้องหน้ารถ...แอบคิดในใจไม่ได้นะ ว่าซวยยิ่งกว่าซวย...

    สมัยนี้บริษัทประกันภัยก็แนะนำและแถมส่วนลดค่าเบี้ยประกันให้กับคนที่ใช้กล้องติดหน้ารถ...ซึ่งพวกบริษัทประกันภัยก็จะยอมเสนอส่วนลดให้กับลูกค้าถ้ามีคำสั่งมาจากรัฐบาล ซึ่งกล้องติดหน้ารถสมัยนี้ก็มีระดับราคาที่หลากหลาย ซึ่งโดยทั่วไปก็จะมีสนนราคาอยู่ตั้งแต่ 1,000 – 6,000 บาท แถมยี่ห้อก็มีให้เลือกมากมาย อาทิ Novatek, Papago, หรือ SJ Camera ซึ่งมันก็เหมือนแฝดผู้พี่ Go-Pro แต่ราคาได้ใจว่าเยอะ.. ซึ่งในวันนี้ผมได้รับกล้องติดหน้ารถยี่ห้อ Garmin E530 มาทดสอบให้เห็นถึงคุณภาพกล้องติดหน้ารถ สำหรับ Garmin E530 นี้มีราคาอยู่ที่ 5,800 บาท หรือ ประมาณ 175 ดอลลาร์ ซึ่งถือได้ว่าเป็นกล้องติดหน้ารถระดับบนเลยทีเดียว

    READ MORE

     

    Sony FDR X3000R - Best Biker Action Camera?

    Riding a motorcycle requires your undivided attention with just a few inches of rubber keeping you on your bike. And tires are designed with safety in mind for grip and stopping power. Equally, manufacturers of motorcycle accessories from GPS to action cameras try to keep things as easy and straightforward as possible to keep your attention on the road. For adventure or insurance, which helmet cam can you rely on?

    A Cornered Market

    Three manufacturers stand out from the rest for motorcycle use: GoPro, Drift and Sony.

    GoPro, the market leader and the ‘dudes’ favourite have cornered just about every aspect of the action camera scene. Clever marketing and a very good product have caught the attention of surfers, adrenalin junkies and bikers alike. GoPro has since come a long way from the Woodman Labs era, and while not the first action camera to capture thefirst-person action, they certainly influenced the market we see today.

    GoPro perfectly timed their explosion into the extreme sports world as the World Rally Championship (WRC) gave us onboard views that amazed TV viewers, the rush of downhill skiing and fear - certainly from a viewer’s point of view, with adrenalin sports such as base jumping. But like many other manufacturers in other industries, the timing was their key to success, and to use a ‘HERO’ now, is almost a religion.

    But let’s forget surfing, skiing or scuba diving for a second, and let us focus on the all-important features required for a rider. And while we’ve covered action cams in the past, Sony’s new FDR X 3000 R has raised the question again, and perhaps the bar. But does it cut the mustard and fill in the blanks that GoPro and Drift left empty?

    READ MORE

     

     

  • มาสด้าประกาศวิสัยทัศน์ระยะยาวสำหรับการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างยั่งยืน “Sustainable Zoom-Zoom 2030”

     

    • เตรียมเปิดตัวแนะนำ SKYACTIV-Xเครื่องยนต์เบนซินเชิงพาณิชย์ที่จุดระเบิดด้วยการบีบอัดครั้งแรกของโลก

    ฮิโรชิมา – ประเทศญี่ปุ่น – 8 สิงหาคม 2560 – มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ออกประกาศในวันนี้ว่า มาสด้าได้เตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่เพื่อก้าวไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยการประกาศวิสัยทัศน์ในระยะยาวภายใต้ชื่อโครงการ "SUSTAINABLE ZOOM-ZOOM 2030” ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีเจนเนอเรชั่นใหม่ที่จะเกิดขึ้นในอีก 13 ปีข้างหน้า หรือภายในปี พ.ศ. 2573 ในฐานะของการเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีใหม่นี้ และเพื่อให้สามารถบรรลุวิสัยทัศน์ดังกล่าว มาสด้าเตรียมเปิดตัวแนะนำเครื่องยนต์เจนเนอเรชั่นใหม่ที่เรียกว่า SKYACTIV-X ในปี พ.ศ. 2562 โดยเครื่องยนต์เบนซิน SKYACTIV-X จะกลายเป็นเครื่องยนต์เบนซินในเชิงพาณิชย์แห่งแรกของโลกที่ใช้การจุดระเบิดด้วยการอัดอากาศ1

    ภายใต้แนวคิดและวิสัยทัศน์ ซูม-ซูม อย่างยั่งยืน “Sustainable Zoom-Zoom” จากเดิมที่มาสด้าได้เคยประกาศไว้เมื่อปี พ.ศ. 2550  มาสด้าพยายามที่จะพัฒนารถยนต์ที่ให้ทั้งความเพลิดเพลิน ความสนุกสนานในการขับขี่ และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมทั้งมีระบบความปลอดภัยระดับโลก ในขณะที่อุตสาหกรรมยานยนต์ของโลกเกิดการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้นมาสด้าได้กำหนดวิสัยทัศน์ใหม่ที่มีมุมมองระยะยาว ด้วยการกำหนดวิธีการเพื่อที่มาสด้าจะได้ส่งมอบความสุข ความสนุกสนานในการขับขี่ ซึ่งเป็นพื้นฐานของรถยนต์เพื่อช่วยแก้ปัญหาที่ลูกค้าทั่วโลกและสิ่งที่ผู้คนในสังคมต้องเผชิญอยู่ในขณะนี้

    แผนพัฒนาสู่ความยั่งยืน “Sustainable Zoom-Zoom 2030” และเครื่องยนต์เจนเนอเรชั่นใหม่ SKYACTIV-X

    1. ซูม – ซูม อย่างยั่งยืน ภายในปี 2030 (Sustainable Zoom-Zoom 2030)
      มาสด้าเชื่อว่าพันธกิจที่สำคัญยิ่งของมาสด้า คือ การสร้างโลกที่สวยงาม และเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนและคนในสังคม มาสด้าจะพยายามแสวงหาหนทางใหม่ๆ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนผ่านการมอบคุณค่าที่โลกยานยนต์สามารถให้ได้

    เพื่อโลกที่สวยงาม(Earth)
    ด้วยการริเริ่มด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืนสำหรับมวลมนุษยชาติและเพื่อให้รถยนต์และมนุษย์สามารถอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืนเพื่อความสมบูรณ์และความสวยงามอยู่เสมอของโลกใบนี้

    แนวทางปฏิบัติของมาสด้า

    • ขยายมาตรการเพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อย่างครบวงจร “Well-to-Wheel” ทั้งที่มาจากขบวนการจัดหาแหล่งพลังงานเชื้อเพลิงเพื่อนำมาใช้เป็นแหล่งพลังงานของรถยนต์ และการปล่อยก๊าซ CO2จากตัวรถยนต์ โดยคำนึงถึงการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ตลอดวงจรชีวิตของรถยนต์
    • มาสด้าตั้งเป้าหมายเพื่อลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เฉลี่ยของทั้งองค์กร Corporate Average Well-to-Wheel CO2 Emission ลดลง 50 เปอร์เซ็นต์ภายในปี พ.ศ. 2573 เมื่อเทียบจากปี พ.ศ. 2553 และตั้งเป้าหมายลดลงถึง 90 เปอร์เซ็นต์ ภายในปี พ.ศ. 2593
    • มาสด้าจะสามารถบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ด้วยนโยบายการจัดลำดับความสำคัญของการปรับปรุงประสิทธิภาพและมาตรการด้านการปล่อยมลพิษที่สะอาดมากยิ่งขึ้น และสามารถใช้งานได้บนโลกแห่งความเป็นจริง
    • เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายดังกล่าว มาสด้าดำเนินการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งเพื่อพัฒนาเครื่องยนต์สันดาปภายในที่สมบูรณ์แบบมากที่สุด ปัจจุบันทั่วทั้งโลกรถยนต์ส่วนใหญ่ยังคงใช้เครื่องยนต์นี้และมีจำนวนมาก และจะยังคงต่อเนื่องไปอีกหลายปีต่อจากนี้ไป สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้อย่างเป็นรูปธรรม และรวมถึงการก่อให้เกิดผลลัพธ์กับการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อทำงานรวมกับเทคโนโลยีรถไฟฟ้าในอนาคต
    • ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562 เป็นต้นไป จะเริ่มเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าและเทคโนโลยีอื่นๆ เกี่ยวกับการขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้าในภูมิภาคที่ใช้พลังงานสะอาดเพื่อการผลิตกระแสไฟฟ้า หรือจำกัดเฉพาะยานพาหนะบางอย่างเพื่อลดมลพิษทางอากาศ

    ทางด้านสังคม(Society)
    มาสด้ามุ่งเน้นและส่งเสริมให้เกิดความปลอดภัยและการสร้างความสุขในสังคมผ่านการพัฒนายานยนต์ และระบบการจัดการที่สร้างความอุ่นใจและเสริมสร้างชีวิตของลูกค้า ด้วยการมอบประสบการณ์การขับขี่แบบไร้ขีดจำกัดให้กับลูกค้าทั่วโลก

    แนวทางของมาสด้า

    • พัฒนาเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยขั้นสูงสุด ภายใต้ปรัชญาความปลอดภัยเชิงป้องกันของมาสด้า ด้วยความมุ่งมั่นเพื่อนำไปสู่การลดการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน
    • เพิ่มความปลอดภัยขั้นพื้นฐาน เช่น ตำแหน่งการนั่งของผู้ขับขี่ที่เหมาะสม รูปแบบของแป้นเหยียบเบรก และทัศนะวิสัยในการขับขี่ และนำมาใช้จนกลายเป็นมาตรฐานสำหรับรถยนต์ทุกรุ่น
    • ส่งเสริมการสร้างมาตรฐานใหม่เกี่ยวกับคุณลักษณะด้านความปลอดภัยขั้นสูงของ i-ACTIVSENSE ซึ่งช่วยให้ผู้ขับขี่ตระหนักและประเมินอันตรายที่อาจเกิดขึ้น นอกเหนือไปจากประเทศญี่ปุ่นซึ่งได้บรรจุเป็นมาตรฐานแล้ว มาสด้าจะนำเอาเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้ และให้กลายเป็นมาตรฐานในตลาดอื่นๆ ทั่วโลก โดยจะเริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 เป็นต้นไป
    • เริ่มต้นการทดสอบเทคโนโลยีการขับขี่แบบอัตโนมัติ ในปัจจุบันถูกพัฒนาขึ้นโดยสอดคล้องกับแนวคิดการให้มนุษย์เป็นศูนย์กลางการควบคุม และคอนเซ็ปต์ใหม่ Mazda Co-Pilot2 ในปี พ.ศ. 2563 โดยมีเป้าหมายเพื่อนำไปใช้ให้เป็นมาตรฐานในรถมาสด้าทุกรุ่นภายในปี พ.ศ. 2568
    • การใช้เทคโนโลยีการเชื่อมต่อสร้างรูปแบบธุรกิจใหม่ที่ช่วยให้เจ้าของรถสามารถรองรับความต้องการของผู้คนในพื้นที่ห่างไกลและยากที่จะสามารถเดินทางเข้าถึงได้

    สำหรับลูกค้าทั่วโลก(People)
    เพิ่มความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า เสริมสร้างความสุขกายสบายใจ ด้วยการมีส่วนร่วมในการปกป้องรักษาโลกใบนี้และการมีส่วนร่วมในสังคมด้วยรถยนต์ที่สามารถส่งมอบความสุขในการขับขี่อย่างแท้จริง

    แนวทางของมาสด้า

    • เดินหน้าพัฒนาการขับขี่แบบ Jinba-ittai อย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อปลดล็อคศักยภาพของผู้คนและฟื้นฟูทั้งร่างกายและจิตใจ
    • ยึดหลักปรัชญาการออกแบบยานยนต์เสมือนมีชีวิต ด้วยการก้าวพัฒนาไปอีกขั้นของการออกแบบอันสง่างามภายใต้ โคโดะ ดีไซน์ เพื่อยกระดับการออกแบบยานยนต์ให้เสมือนเป็นงานศิลปะ ที่เสริมสร้างชีวิตและอารมณ์ของทุกคนที่กำลังเหลียวมอง
    1. เครื่องยนต์เจนเนอเรชั่นใหม่ของSKYACTIV-X
      ที่สุดของนวัตกรรมแห่งเทคโนโลยียานยนต์
    • SKYACTIV-X เป็นเครื่องยนต์เบนซินเชิงพาณิชย์ครั้งแรกของโลกที่สามารถจุดระเบิดได้โดยการอัดอากาศ โดยการเผาไหม้ของเครื่องยนต์จะเกิดขึ้นจากการจุดระเบิดของอากาศและน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผสมกัน ในขณะที่ลูกสูบเคลื่อนที่ในจังหวะของการอัด
    • วิธีการเผาไหม้นี้เป็นกรรมสิทธิ์ซึ่งเรียกว่า Spark Controlled Compression Ignition ช่วยแก้ปัญหาสองเรื่องที่เป็นอุปสรรคของการพัฒนาเครื่องยนต์เบนซินที่ใช้การจุดระเบิดในจังหวะการอัดอากาศ นั่นคือ การเพิ่มพื้นที่เพื่อสามารถทำให้เกิดการจุดระเบิดในจังหวะการอัดของลูกสูบ และการพัฒนาการจุดระเบิดที่สมบูรณ์แบบนี้ได้รวมเอาข้อดีของการจุดระเบิดด้วยการอัดอากาศและการจุดระเบิดด้วยประกายการเผาไหม้เข้าไว้ด้วยกัน

    คุณสมบัติ

    • เครื่องยนต์เผาไหม้ใหม่ที่เป็นกรรมสิทธิ์นี้รวมข้อดีของเครื่องยนต์เบนซินและดีเซล เพื่อให้ได้สมรรถนะด้านสิ่งแวดล้อม สมรรถนะพลังแรงของเครื่องยนต์ และการเร่งสปีดความเร็วที่ยอดเยี่ยม
    • การจุดระเบิดด้วยการบีบอัดและการใช้ระบบซุปเปอร์ชาร์จเจอร์ บรรจุและอัดอากาศ ทำงานร่วมกันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการประหยัดน้ำมัน และสามารถทำให้เครื่องยนต์มีการตอบสนองได้อย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน และสามารถเพิ่มแรงบิด 10 – 30 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับเครื่องยนต์ SKYACTIV-G3 ในปัจจุบัน
    • การจุดระเบิดด้วยการบีบอัดสามารถช่วยให้เกิดการเผาไหม้ที่สมบูรณ์แบบได้ในภาวะ Super Lean Burn4จึงเพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องยนต์มากขึ้น 20 – 30 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับเครื่องยนต์ SKYACTIV-G ในปัจจุบัน หรือเพิ่มขึ้น 34 – 45 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับเครื่องยนต์เบนซินของมาสด้าในปี พ.ศ. 2551 ที่มีขนาดเครื่องยนต์เท่ากัน เครื่องยนต์ SKYACTIV-X เทียบเท่าหรือสูงกว่าเครื่องยนต์คลีนดีเซลรุ่นล่าสุด SKYACTIV-D ในเรื่องของประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง
    • มีประสิทธิภาพสูงในช่วงการทำงานที่กว้างของรอบเครื่องยนต์และภาระของเครื่องยนต์ ทำให้สามารถมีอิสระในการออกแบบค่าอัตราทดเกียร์ที่ต้องการที่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงและสมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยม

    มาสด้ายังคงมุ่งมั่นสร้างสรรค์และก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง มาสด้าคาดหวังที่จะเป็นส่วนหนึ่งเพื่อช่วยสร้างอนาคตที่สดใสสำหรับผู้คนทั่วโลกและสร้างสังคมให้น่าอยู่ สามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับรถยนต์ เพื่อเสริมสร้างวิถีชีวิตของผู้คนผ่านประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์ เพื่อให้ทุกคนมีความสุขในการขับขี่ จนกลายเป็นแบรนด์หนึ่งเดียวที่ลูกค้ารักและผูกพันพร้อมที่จะเดินหน้าเคียงคู่กันตลอดไป

     

    Mazda Announces Long-Term Vision for Technology Development, ‘Sustainable Zoom-Zoom 2030’

    Introduces SKYACTIV-X, world’s first commercial gasoline engine to use compression ignition

    HIROSHIMA, Japan—Mazda Motor Corporation today announced “Sustainable Zoom-Zoom 2030,” a new long-term vision for technology development that looks ahead to the year 2030. As part of the new technology to achieve this vision, the company disclosed plans to introduce a next-generation engine called SKYACTIV-X in 2019. SKYACTIV-X will be the world’s first commercial gasoline engine to use compression ignition.1

    Under the original “Sustainable Zoom-Zoom” vision announced in 2007, the company has striven to offer both driving pleasure and outstanding environmental and safety performance. In light of the rapid changes taking place in the automotive industry, the new vision takes a longer-term perspective and sets out how Mazda will use driving pleasure, the fundamental appeal of the automobile, to help solve issues facing people, the earth and society.

    The following is an overview of “Sustainable Zoom-Zoom 2030” and the next-generation SKYACTIV-X engine.

    1. Sustainable Zoom-Zoom 2030

    Mazda believes its mission is to bring about a beautiful earth and to enrich people’s lives as well as society. The company will continue to seek ways to inspire people through the value found in cars.

    Earth

    Through conservation initiatives, create a sustainable future in which people and cars coexist with a bountiful, beautiful earth

    Mazda’s approach

    • Expand measures for carbon dioxide reduction from a “well-to-wheel” perspective, considering emissions over the vehicle’s entire life cycle
    • Aim to reduce corporate average “well-to-wheel” carbon dioxide emissions to 50 percent of 2010 levels by 2030, and achieve a 90-percent reduction by 2050
    • Achieve this with a policy prioritizing efficiency improvements and measures for cleaner emissions that apply in the real world
    • In line with this policy, continue efforts to perfect the internal combustion engine, which will help power the majority of cars worldwide for many years to come and can therefore make the greatest contribution to reducing carbon dioxide emissions, and combine the results with effective electrification technologies
    • From 2019, start introducing electric vehicles and other electric drive technologies in regions that use a high ratio of clean energy for power generation or restrict certain vehicles to reduce air pollution

    Society

    Through cars and a society that provide safety and peace of mind, create a system that enriches people’s lives by offering unrestricted mobility to people everywhere

    Mazda’s approach

    • Develop more advanced safety technologies under the Mazda Proactive Safety philosophy, working toward the goal of eliminating traffic accidents
    • Further enhance safety fundamentals, such as correct driving position, pedal layout and good visibility, and standardize them across all models
    • Promote further standardization of i-ACTIVSENSE advanced safety features, which help drivers recognize and assess potential hazards; in addition to Japan, where they are already becoming standard, gradually make these technologies standard in other markets starting in 2018
    • Begin testing of autonomous driving technologies currently being developed in line with Mazda’s human-centered Mazda Co-Pilot Concept2 in 2020, aiming to make the system standard on all models by 2025
    • Using connectivity technologies, create a new business model that enables car owners to support the needs of people in depopulated areas and those who have difficulty getting around

    People

    Enhance customers’ mental well-being with the satisfaction that comes from protecting the earth and contributing to society with a car that offers true driving pleasure

     

    Mazda’s approach

    • Pursue an enhanced Jinba-ittai driving feel that will unlock people’s potential and revitalize them mentally and physically
    • Based on the philosophy of “breathing life into the car,” further develop KODO design to raise vehicle design to the level of art that enriches the emotional lives of all who see it
    1. SKYACTIV-X next-generation engine

    Technological innovations

    • SKYACTIV-X is the world’s first commercial gasoline engine to use compression ignition, in which the fuel-air mixture ignites spontaneously when compressed by the piston
    • A proprietary combustion method called Spark Controlled Compression Ignition overcomes two issues that had impeded commercialization of compression ignition gasoline engines: maximizing the zone in which compression ignition is possible and achieving a seamless transition between compression ignition and spark ignition.

    Features

    • This new proprietary combustion engine combines the advantages of gasoline and diesel engines to achieve outstanding environmental performance, power and acceleration performance.
    • Compression ignition and a supercharger fitted to improve fuel economy together deliver unprecedented engine response and increase torque 10–30 percent over the current SKYACTIV-G gasoline engine.3
    • Compression ignition makes possible a super lean burn4 that improves engine efficiency up to 20–30 percent over the current SKYACTIV-G, and from 35–45 percent over Mazda’s 2008 gasoline engine of the same displacement. SKYACTIV-X even equals or exceeds the latest SKYACTIV-D diesel engine in fuel efficiency.
    • With high efficiency across a wide range of rpms and engine loads, the engine allows much more latitude in the selection of gear ratios, providing both superior fuel economy and driving performance.

    Moving forward Mazda hopes to help create a future in which people, the earth and society can coexist with cars, to enrich people’s lives through a car ownership experience that celebrates driving, and to become a brand with which customers feel a strong emotional connection.

     

  • มาสด้าผงาดคว้าแชมป์ไทยแลนด์ ซูเปอร์ ซีรี่ส์ ดึง “มานะ พรศิริเชิด” ร่วมทีมมอเตอร์สปอร์ต

    กรุงเทพฯ – ประเทศไทย, 5 พฤษภาคม 2560 – วงการมอเตอร์สปอร์ตเมืองไทยเริ่มเปิดฉากประลองความเร็วกันแล้ว โดยเฉพาะรายการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบยอดนิยมของเมืองไทยและอาเซียน รายการ ไทยแลนด์ ซูเปอร์ ซีรี่ส์ 2017 ที่มีรถยนต์หลากหลายรุ่นเข้าร่วมทำการแข่งขัน โดยเฉพาะมาสด้าที่ยังคงมุ่งมั่นสร้างผลงานในวงการมอเตอร์สปอร์ต อย่างต่อเนื่อง เพื่ออวดสมรรถนะความแรงของเจ้าจิ๋วตัวจี๊ด มาสด้า2 สกายแอคทีฟ-ดี เครื่องยนต์คลีนดีเซล ที่สำคัญดึงนักแข่งประสบการณ์ขั้นเทพอย่าง “มานะ พรศิริเชิด” มาร่วมทีม Mazda Innovation Motorsport เสริมความแข็งแกร่ง ประกบคู่มากับ มร. ไมเคิล ฟรีแมน ลงประเดิมสนามแรกก็สร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม คว้าแชมป์แรกมาครองได้สำเร็จ พร้อมเก็บคะแนนสะสมขึ้นอันดับ 1 ในประเภท Thailand Super Compact

    นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ผู้อำนวยอาวุโสฝ่ายการตลาด มาสด้า เซลส์ ประเทศไทยกล่าวว่า มาสด้าโลดแล่นอยู่ในวงการมอเตอร์สปอร์ตไทยมานาน มาสด้ากับความเป็นสปอร์ตมีดีเอ็นเอเดียวกัน และเราได้สร้างทีมแข่งขึ้นมาภายใต้ชื่อทีม Mazda Innovation Motorsport ถือเป็นอีกหนึ่งเครื่องยืนยันความเป็นสายพันธุ์สปอร์ตตัวจริง และแสดงถึงสมรรถนะอันทรงพลังของรถมาสด้าได้ชัดเจนที่สุด ในปีนี้ส่งแข่งขันรายการ ไทยแลนด์ ซูเปอร์ ซีรี่ส์ เป็นปีที่ 3 โดยมีรถมาสด้า2 ที่มาพร้อมเครื่องยนต์สกายแอคทีฟ-ดี ขนาด 1500 ซีซี ทั้งสองคัน ในรุ่นซีดาน 4 ประตู หมายเลข 55 ขับโดย ไมเคิล ฟรีแมน และความพิเศษของปีนี้คือการต้อนรับสมาชิกน้องใหม่ของทีม  “มานะ พรศิริเชิด” ที่มีประวัติอันโชกโชนในวงการแข่งขันรถยนต์ พร้อมลงประเดิมสนามแรกร่วมกับทีมโดยควบมาสด้า2 รุ่น แฮตช์แบค 5 ประตู หมายเลข 43 พร้อมลงประลองความเร็วครบทั้ง 8 สนาม ในประเภท Thailand Super Compact ซึ่งเป็นคลาสที่มีรถลงแข่งค่อนข้างหลากหลาย ความท้าทายจึงมากขึ้นด้วย นอกจากนี้เรายังได้รับการสนับสนุนจาก มาสด้า คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น มาช่วยเสริมความแข็งแกร่งในการพัฒนารถแข่งให้มีสมรรถนะดีเยี่ยมเต็มเปี่ยมด้วยขุมพลังยิ่งขึ้น  เพื่อเพิ่มโอกาสในการคว้าแชมป์ให้มากที่สุด

    ผลการแข่งขัน 2 สนามแรกที่ผ่านมา ซึ่งจัดขึ้น ณ สนาม ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 27-30 เมษายน 2560 ที่ผ่านมา มาสด้าส่ง 2 นักแข่ง ลงทำการแข่งขันในประเภท Thailand Super Compact โดยสนามแรก มานะ พรศิริเชิด หมายเลข 43 เข้าวินมาเป็นที่ 2 ส่วน มร. ไมเคิล ฟรีแมน หมายเลข 55 จบในอันดับที่ 3 ส่วนสนาม 2 ไมเคิลสามารถคว้าแชมป์มาครองได้สำเร็จ ส่วนมานะตามมาติดๆ คว้ารองแชมป์มาครอง ส่งผลทำให้คะแนนสะสมของนักแข่งทั้ง 2 คน และประเภททีมขึ้นมาอยู่อันดับหนึ่ง

    ด้านนักแข่งน้องใหม่ที่เพิ่งเข้ามาร่วมทีมกับมาสด้า มานะ พรศิริเชิด กล่าวถึงความรู้สึกหลังจากได้เข้ามาร่วมทีมมาสด้าว่า “ที่จริงแล้วผมคลุกคลีกับรถมาสด้ามานานมาก เพราะมีโอกาสได้สัมผัสและเรียนรู้เทคโนโลยีต่างๆ ของมาสด้า ที่มีเทคโนโลยีสกายแอคทีฟ มาครบทุกรุ่น และมีโอกาสได้นำเอาความรู้ความสามารถเหล่านี้ไปพัฒนาทีมงานฝ่ายขายของมาสด้า รวมทั้งมีโอกาสในการเพิ่มทักษะการขับขี่แบบแอดว๊านให้กับลูกค้ามาสด้ามานาน โดยเฉพาะงานด้านมอเตอร์สปอร์ตที่มาสด้าจัดให้กับลูกค้าเป็นประจำ ส่วนการได้รับโอกาสจากมาสด้าในครั้งนี้คือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผมมาก ด้วยความคุ้นเคยและคลุกคลีกับรถมาสด้าอยู่แล้ว เลยทำให้สามารถนำเอาประสบการณ์ต่างๆ มาปรับให้เข้ากับการแข่งขัน จนสามารถคว้าอันดับ 2 มาได้ทั้ง 2 สนาม และคะแนนสะสมอยู่ในอันดับที่ 2 ส่งผลให้นักแข่งทีม Mazda Innovation Motorsport ขึ้นโพเดียมใน 2 สนามแรกได้อย่างสวยงาม เปิดโอกาสลุ้นแชมป์ของรายการ

    สำหรับโปรแกรมการแข่งขันสนามต่อไป

    • สนาม 3-4 วันที่ 27 มิถุนายน – 2 กรกฎาคม 2560 ณ บางแสน สตรีท เซอร์กิต จังหวัด ชลบุรี
    • สนาม 5-6 วันที่ 21-24 กันยายน 2560 ณ ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์
    • สนาม 7-8 วันที่ 26-29 ตุลาคม 2560 ณ ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์

    บรรยายภาพ

    MMS_1 – มาสด้า2 ซีดาน เครื่องยนต์คลีนดีเซล หมายเลข 55 คู่ใจของ ไมเคิล ฟรีแมน

    MMS_2 – มาสด้า2 รุ่นแฮตช์แบค เครื่องยนต์คลีนดีเซล หมายเลข 43 คู่ใจนักแข่งใหม่ของทีม มานะ พรศิริเชิด

    MMS_3 – เตรียมพร้อมก่อนออกวาดลวดลายบนสนามแข่งนัดเปิดฤดูกาล

    MMS_4 – อีก 5 นาที ก่อนระเบิดความมันส์บนสนามแข่ง

    MMS_5 – ลีลาการขับเคี่ยวไล่เบียดกับคู่แข่ง

    MMS_6 – พลังความแรงของเครื่องยนต์คลีนดีเซลทิ้งห่างคู่แข่งแบบไม่เห็นฝุ่น

    MMS_7 – จังหวะขึ้นนำของ มานะ พรศิริเชิด มือเก๋าประสบการณ์

    MMS_8 – ไล่บี้กันเอง เกาะติดหนึบติดทุกโค้ง

    MMS_9 – จังหวะเข้าเส้นชัยผ่านธงตาหมากรุกของขุนพลคู่

    MMS_10 – ขึ้นแท่นยืนโพเดียมอย่างสมศักดิ์ศรี อันดับ 1 และ 2

    MMS_11 – โฉมหน้าของแชมป์และรองแชมป์

    MMS_12 – บรรดาขุนพลผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของทีม Mazda Innovation Motor Sport Team

    Mazda clinches Thailand Super Series crown while welcomes Mana Pornsiricherd as the new racer

    Bangkok – Thailand, May 5, 2017 – With the Thailand motorsport season kicking off through the Thailand Super Series 2017 that has been popular among Thai and ASEAN fans, Mazda continues to roll out new achievements with the diesel-powered Mazda2 SKYACTIV-D. This year the Mazda Innovation Motorsport team welcomes Mana Pornsiricherd, who will race alongside teammate Michael Freeman. Mana shows his brilliant performance and together they lead the points standings and ranked No.1 in the Thailand Super Compact class.

    Mr. Thee Permpongpanth, Senior Marketing Director of Mazda Sales (Thailand) Co. Ltd., said Mazda has been participating in the Thai motorsports scene for a long time and shares the same sporty DNA. Mazda Innovation Motorsport is proof of Mazda’s motorsports heritage and its outstanding performance. “This is the third year that Mazda is competing in the Thailand Super Series, with Michael driving the Mazda2 SYACTIV-D sedan (No.55) while our new member Mana Pornsiricherd, who has a long list of outstanding achievements throughout his racing career, drives the Mazda2 SKYACTIV hatchback (No.43). Both compete in the Thailand Super Compact class, with 8 races to be held this year,” he said. “This is a class that has a variety of competitors, so there is a bigger challenge.” He said the team is supported by Mazda Motor Corporation taking an important role in enhancing the performance of both cars to maximize the chance to win.

    During the opening leg at the Chang International Circuit in Buriram from April 27-30, In Thailand Super Compact Class, in the first race Mana drove past the checker flag and finished in second position and Freeman came in third. In the second race Freeman came in first while Mana came in second so both racers’ and overall team scores now lead the points standings.

    The newcomer Mana Pornsiricherd expressed his feeling in joining the Mazda Innovation Motorsport Team that “I’ve actually been very familiar with Mazda cars because I’ve experienced all Mazda SKYACTIV vehicles. I’ve been able to transfer these knowledge to Mazda Sales Team and I’ve done a lot of advanced driving skill courses to Mazda customers, especially in Mazda Motorsports activities. This is a great opportunity for me being a part of Mazda Innovation Motorsport team. With my familiarity with Mazda cars, I’ve been able to apply these experiences to racing and finished in second position in both races, and now second in the points standings”. This impressive performance surely opens the door for Mazda Innovation Motorsport Team to win this season.

    The following legs will be held as follows:

    • Races 3-4 June 27-July 2 Bangsaen Street Circuit Chon Buri
    • Races 5-6 September 21-24 Chang International Circuit Buriram
    • Races 7-8 October 26-29 Chang International Circuit Buriram
  • มาสด้าสานสัมพันธ์ลูกค้าหัวใจสปอร์ตจัดงานใหญ่ประจำปี Mazda Motor Sport Day ยกขบวนเทคโนโลยีใหม่ให้สัมผัสอย่างใกล้ชิด

    กรุงเทพฯ ประเทศไทย –22 มีนาคม 2560มาสด้าเดินกระชับสัมพันธ์แนบแน่นกับลูกค้า จัดกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ มาสด้า มอเตอร์สปอร์ต เดย์ 2017มอบประสบการณ์ขับขี่สุดเร้าใจสไตล์สปอร์ตในแทร็คจริง เรียนรู้เทคนิคการขับขี่แบบ จินบะ-อิไต เพื่อความเป็นหนึ่งเดียวระหว่างผู้ขับขี่กับตัวรถ ฝึกอบรมเทคนิคการขับขี่ขั้นสูงจากนักแข่งมืออาชีพชื่อดัง สอดแทรกเทคนิคการขับขี่ปลอดภัยเพื่อเป็นประโยชน์ต่อสังคมของผู้ใช้รถบนท้องถนน ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุ ลูกค้าให้ความสนใจร่วมสัมผัสกับสมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยมด้วยเทคโนโลยีใหม่SKYACTIV-VEHICLE DYNAMICS และความล้ำสมัยในรุ่นมาสด้า2 และมาสด้า3 ใหม่ล่าสุดสร้างความตื่นเต้นและประทับใจอย่างมาก ตอบรับนโยบายสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้ณ สนามพีระ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต พัทยา

    นอกจากการพัฒนาแบรนด์ทั้งในด้านผลิตภัณฑ์ที่เต็มเปี่ยมด้วยคุณภาพ เทคโนโลยีอันล้ำสมัย รูปลักษณ์ที่งดงาม ระบบความปลอดภัยที่เริ่มต้นด้วยการป้องกันจนถึงการปกป้องสูงสุด เพื่อเป็นแบรนด์รถยนต์ที่ลูกค้าเชื่อมั่น และไว้วางใจให้เป็นเสมือนคู่ชีวิตมาสด้าได้ให้ความสำคัญในด้านผู้จำหน่าย ยืนหยัดการเป็นแบรนด์ญี่ปุ่นพรีเมียมที่สมบูรณ์แบบ ด้วยภาพลักษณ์ใหม่ของโชว์รูม การยกระดับมาตรฐานการบริการทั้งก่อนและหลังการขาย ดูแลเอาใจใส่ลูกค้าทุกคนให้เมือนครอบครัว กิจกรรม มาสด้า มอเตอร์สปอร์ต เดย์ 2017 จึงถูกจัดขึ้นเพื่อลูกค้ามาสด้าโดยเฉพาะและต่อเนื่อง หลังจากที่กระแสตอบรับกิจกรรมในปีที่ผ่านมาดีเกินคาด ลูกค้าให้ความสนใจเข้าร่วมกิจกรรมมากขึ้น โดยในปีนี้มีลูกค้าหัวใจสปอร์ตสไตล์ ซูม-ซูม กว่า 1,000 คน มีรถเข้าร่วมงานกว่า400 คัน ตบเท้าเข้าร่วมกิจกรรมกันอย่างเนืองแน่น รวมทั้งผู้บริหารมาสด้าที่ให้ความสำคัญกับกิจกรรมในครั้งนี้ นำโดย รองประธานบริหาร มร. อัตสึชิ ยาซูโมโต้, มร.ฮิโรชิ คูโกะ  รองประธานบริหาร ฝ่ายบริการลูกค้าและอะไหล่ และนายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการตลาด

    นายพาสกาล เศรษฐบุตร รองประธานฝ่ายขายและบริหารความพึงพอใจลูกค้า แม่งานหลักในการจัดงานในครั้งนี้ กล่าวว่า เป็นอีกหนึ่งโอกาสที่ดีที่มาสด้าจะได้ใกล้ชิดกับลูกค้า พบปะทำความรู้จัก ร่วมพูดคุย แบ่งปันประสบการณ์ต่างๆ ซึ่งกันและกัน นอกจากลูกค้าจะได้เปิดประสบการณ์ขับขี่อย่างทดสอบความแรงเต็มขั้นด้วยการขับขี่ในสนามแข่งจริงแล้ว มาสด้าจัดเต็มความเอ็กซ์คลูซีฟด้วยการนำรถรุ่นมาสด้า 2 และมาสด้า 3 ใหม่ ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา มาให้แฟนๆ มาสด้าได้ทดลองขับภายในงานด้วย เพื่อให้ได้สัมผัสกับสมรรถนะที่ดีเยี่ยมด้วยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดSKYACTIV-VEHICLE DYNAMICS ที่มาพร้อมG-VECTORING CONTROL ระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะ ที่ช่วยให้การทรงตัวเป็นไปอย่างนิ่มนวล การยึดเกาะถนนดียิ่งขึ้น ความปลอดภัยและความสะดวกสบายที่มากขึ้นด้วย

    นอกจากนี้ยังมีโรดสเตอร์ระดับตำนานMX-5 เจ้าของรางวัลWORLD CAR OF THE YEAR 2016 และWORLD CAR DESIGN OF THE YEAR 2016ที่ผ่านมา และครอสโอเวอร์สายพันธุ์มาสด้าCX-5 ที่อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีเต็มคัน มาให้ได้ทดลองขับขี่ภายในงานด้วย นอกจากความสนุกสนานเร้าใจจากการทดลองขับขี่ ยังได้เรียนรู้เทคนิคการขับขี่ขั้นสูง การขับขี่ปลอดภัยที่นำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในชีวิตประจำวัน เพื่อลดอุบัติเหตุบนท้องถนน รวมถึงการขับขี่ในแบบ จินบะ อิไตที่คนและรถผสานกันเป็นหนึ่งเดียว โดยได้รับเกียรติจากนักแข่งมืออาชีพ อาทิ จากนักแข่งจากทีม มอเตอร์ สปอร์ต นำทีมโดย คุณไมเคิล ฟรีแมน นอกจากนี้ยังมีดาราเซเลปที่เป็นนักแข่งอันดับท็อปของเมืองไทยอย่าง พีทธนพลทองเจือ, อั๋น สิริคุปต์ เมทะนี และ หนึ่งมานะ พรศิริเชิด มาร่วมสร้างสีสันในงานเรียนรู้เทคนิคด้านการดูแลรักษารถในเบื้องต้น การตกแต่งรถโดยผู้เชี่ยวชาญจากทีมInnovationสร้างความตื่นเต้น และประทับใจให้กับลูกค้า สานสัมพันธ์อันดีให้แนบแน่นยิ่งขึ้น

    จากพฤติกรรมของผู้บริโภคในปัจจุบันที่มีอำนาจในการต่อรองเลือกซื้อสินค้ามากขึ้น ค้นหาข้อมูลและใช้เปรียบเทียบประกอบการตัดสินใจซื้อ เพื่อให้ได้มาซึ่งของที่ตอบสนองต่อความต้องการและเกิดประโยชน์ต่อการใช้งานสูงสุด กิจกรรมนี้จะทำให้กลุ่มลูกค้ารายใหม่ได้มีโอกาสสัมผัสกับรถมาสด้าอย่างเต็มที่ ซึ่งจุดเด่นของรถแบรนด์มาสด้าคือการเป็นรถที่ขับสนุกสนานเร้าใจ กิจกรรมดังกล่าวจึงเสมือนเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างสัมพันธ์กับกลุ่มลูกค้ารายใหม่ได้อีกด้วย การจัดกิจกรรมCRM จึงเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่มาสด้าให้ความสำคัญที่จะสานต่อเพื่อให้ลูกค้าเกิดความประทับใจ รู้สึกใกล้ชิดและอบอุ่นอยู่ตลอดเวลา เกิดเป็นความสัมพันธ์ที่แนบแน่นและยืนยาวต่อไป

    กิจกรรมสุดพิเศษนี้จัดได้ต่อเนื่องเป็นปีที่3 ณ สนามพีระ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต พัทยา หลังจากที่ได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้ามาสด้าปีที่ผ่านมา และยังได้รับความสนใจจากลูกค้าภายนอกอย่างล้นหลาม ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ช่วยให้มาสด้าได้ใกล้ชิดกับลูกค้า สร้างความพึงพอใจ สานสัมพันธ์อันดีให้แนบแน่นมากขึ้น รวมไปถึงการขยายกลุ่มลูกค้ารุ่นใหม่ของมาสด้าต่อไปด้วย ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้ได้รับการสับสนุนเป็นอย่างดีจากพันธมิตะรางธุรกิจ ประกอบด้วย ยางดันลอป, น้ำมันเครื่องโททาล, บริษัทสเป็กตั้ม, ธนาคารทิสโก้, ยีเอสแบตเตอรี่, ชุดแต่งออโรคลาส, ผ้าเบรกเบนดิก, เนวิเกเตอร์เฮีย, เครื่องดื่มเป็ปซี่, ล้ออัลลอยด์เคซี, รถวิทยุบังคับทามิย่า, และเครื่องเสียงไพโอเนีย

  • มาสด้าโตไม่หยุดปิดไตรมาส3 ยอดขายทะลุ 36,000 คัน ไตรมาสสุดท้ายเตรียมส่ง CX-5 ใหม่ลงกระตุ้นตลาด

    กรุงเทพฯ – ประเทศไทย, 10 ตุลาคม 2560 – บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ประเมินตลาดรถยนต์ของประเทศไทยหลังปิดไตรมาสที่ 3 เตรียมแผนกลยุทธ์การแข่งขันในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ท่ามกลางการแข่งขันอย่างดุเดือดของตลาดรถยนต์ รวมทั้งสัญญาณการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ภาพรวมของเศรษฐกิจดีขึ้นอย่างชัดเจน โดยได้รับแรงหนุนจากการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ โดยเฉพาะตัวเลขยอดขายรถยนต์ที่ยังคงดีดตัวร้อนแรง แม้ว่า 3 เดือนที่ผ่านมาถือเป็นช่วงโลว์ซีซั่น แต่เมื่อมาดูตัวเลขยอดขายกลับไม่มีทีท่าจะชะลอตัวลงเฉลี่ยประมาณ 69,000 คันต่อเดือน โดยเฉพาะยอดขายรถยนต์มาสด้าตลอด 9 เดือนที่ผ่านมาถือว่าร้อนแรงอย่างเห็นได้ชัด ปิดตัวเลขในไตรมาสที่ 3 กระโดดไปถึง 36,600 คัน เพิ่มสูงขึ้นถึง 15% สร้างความคึกคักให้กับตลาดเก๋งเล็กอีกครั้ง โดยเฉพาะมาสด้า2 ปีนี้ร้อนแรงอย่างมาก เพิ่มขึ้นถึง 30% เตรียมส่งรถอเนกประสงค์เอสยูวีใหม่ลงตลาดในเดือนพฤศจิกายนนี้

    นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลล์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า มาสด้าโหมทำกิจกรรมส่งเสริมตลาดมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี ควบคู่ไปกับการปรับปรุงภาพลักษณ์ของโชว์รูมเพื่อยกระดับคุณภาพของการบริการให้ได้มาตรฐาน รวมทั้งการเอาใจใส่ดูแลลูกค้าที่ซื้อรถเราไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการจัดส่งอะไหล่ภายใน 1 วัน การกำหนดราคาอะไหล่ให้ใกล้เคียงกับคู่แข่งในตลาด การเปิดช่องซ่อมพิเศษที่สามารถให้บริการอย่างรวดเร็วภายใน 45 นาที ผนวกกับการไมเนอเช้นจ์เข้ามาสร้างความสดใหม่ให้กับผลิตภัณฑ์ ทำให้กระแสความนิยมในรถยนต์มาสด้าเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนสามารถบรรลุตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยในปีนี้มั่นใจอย่างยิ่งว่ายอดขายจะทะลุเกิน 51,000 คัน หรือเติบโตเพิ่มขึ้น 20% คาดว่ายอดขายของตลาดรถยนต์จะเติบโตมากกว่าปีที่ผ่านมา เราจะได้เห็นยอดขายรวมมากกว่า 820,000 คัน หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 7-10%

    ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลทำให้รถยนต์มาสด้าได้รับความนิยมเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องนั้น คือเทคโนโลยีสกายแอคทีฟที่เกิดจากความพึงพอใจจากการใช้งานจริงของลูกค้าจนเกิดการบอกเล่าต่อปากต่อปาก รวมทั้งรูปลักษณ์ความสวยงามและความปราณีตใส่ใจในรายละเอียดในกระบวนการผลิตจนลูกค้าเกิดความเชื่อมั่น รวมทั้งสมรรถนะความแรงและการประหยัดน้ำมัน และเทคโนโลยีการขับขี่ที่จัดเต็มเข้ามาในรถทุกรุ่นที่ทางมาสด้าได้ปรับเสริมเติมแต่งที่เกิดจากความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก ทำให้ยอดขายกระเตื้องขึ้นมาตลอดทุกเดือน โดยไตรมาสแรกของปีนี้เติบโตเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 6% แต่ในช่วงไตรมาสที่ 2 กลับร้อนแรงทะลุถึง 20% และไตรมาสที่ 3 ทะยานเพิ่มสูงขึ้นอีก 20% ส่วนไตรมาสสุดท้ายยังมีรถยนต์รุ่นใหม่เตรียมเข้ามาเสริมทัพสร้างความแข็งแกร่ง

    นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประเมินภาพรวมเศรษฐกิจไทยในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ว่า สภาวการณ์ด้านเศรษฐกิจยังคงขยายตัวได้ดีอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยบวกมาจากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวภายในประเทศและต่างชาติที่กำลังจะเกิดขึ้นในช่วงไฮท์ซีซั่น ควบคู่กับการส่งออกที่พบว่ามีสัญญาณการเติบโตที่ดีขึ้น โดยเฉพาะการดำเนินนโยบายของภาครัฐด้วยการเร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณคงค้างการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ได้เน้นลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเป็นหลัก ซึ่งช่วยกระตุ้นให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้แล้ว ยังเป็นปัจจัยเชิงบวกต่อการเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศดีขึ้น ในช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้ ประเมินว่าภาคการท่องเที่ยวและการส่งออก ยังเป็นฟันเฟืองที่สำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในช่วงปลายปีนี้ ที่ทำให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้ดี และเมื่อรวมกับการลงทุนของภาครัฐทั้งทางด้านโครงสร้างพื้นฐาน และ EEC ซึ่งเชื่อว่าจะสร้างโมเมนตั้มที่ดี ต่อเศรษฐกิจไทยให้เติบโตได้ตามเป้าหมาย รวมทั้งดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะเมื่อย่างเข้าสู่ปลายปีถึงต้นปีซึ่งเป้นช่วงฤดูหนาวประชาชนส่วนใหญ่จะออกมาท่องเที่ยวมากขึ้นส่งผลทำให้เงินหนุนเวียนเข้าสู่ระบบมากขึ้น

    สำหรับตัวเลขยอดขายรถยนต์มาสด้าล่าสุดเดือนกันยายน 2560 ที่ผ่านมา มียอดขายสูงถึง 4,430 คัน หรือเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 23% เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนกันยายน 2559 โดยรุ่นที่ได้รับความนิยมมากที่สุดยังคงเป็นสปอร์ตตัวจี๊ด มาสด้า2 มียอดขายสูงถึง 2,918 คัน เติบโตเพิ่มขึ้นถึง 40% ส่วนรถอเนกประสงค์เอสยูวี มาสด้า ซีเอ็กซ์-5 ได้กำลังรับความสนใจจากลูกค้าเป็นอย่างมากอยู่ในเวลานี้ หลังจากที่มาสด้าประกาศโปรโมชั่นสุดพิเศษ ด้วยอัตราดอกเบี้ยต่ำสุด 0% และผ่อนนานถึง 6 ปี อีกทั้งยังมอบฟรีประกันภัยชั้น 1 Mazda Premium Insurance และฟรีค่าบำรุงรักษา หรือ Mazda Care โดนใจลูกค้าที่ชื่นชอบรถสไตล์ครอสโอเวอร์ ส่งผลให้ยอดขายพุ่งทะลุถึง 534 คัน เติบโตสูงสุดถึง 121%

    ด้านรถยนต์นั่งมาสด้า3 หลังจากมีการปรับโฉมใหม่เพิ่มอุปกรณ์ต่างๆ รวมทั้งเทคโนโลยีใหม่สกายแอคทีฟ วีฮิเคิล-ไดนามิกส์ และระบบควบคุมการขับขี่อัจฉริยะ จี-เวคเตอริ่ง คอนโทรล รวมทั้งเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยระดับโลก ส่งผลให้มาสด้า3 ได้รับความนิยมเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง มียอดขายสูงถึง 346 คัน ส่วนฟรีสไตล์ครอสโอเวอร์มาสด้า ซีเอ็กซ์-3 ก็ได้รับความนิยมเช่นเดียวกันมียอดขายสูงถึง 249 คัน รวมทั้งรถสปอร์ตโรสดเตอร์มาสด้า เอ็มเอ็กซ์-5 มียอดขายจำนวน 12 คัน  ในส่วนของตลาดรถปิกอัพมาสด้า บีที-50 โปร มียอดขายอยู่ที่ 371 คัน

    สำหรับยอดขายรถยนต์มาสด้าเมื่อปิดไตรมาสที่ 3 ของปี 2560 ยังคงเติบโตร้องแรงต่อเนื่อง ด้วยยอดขายทะลุถึง 36,621 คัน หรือเติบโตเพิ่มขึ้น 15% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2559 โดยเฉพาะมาสด้า2 ยังคงเป็นฮีโร่ที่สร้างยอดขายมากที่สุดถึง 22,516 คัน เพิ่มขึ้น 30% รั้งอันดับ 2 ในเซ็กเม้นต์ (โดยเฉพาะในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาทำเซอร์ไพรส์ขยับขึ้นครองแชมป์ในเซ็กเม้นต์นี้มาแล้ว) ส่วนมาสด้า3 ยังคงร้อนแรงไม่แพ้กันกวาดยอดขายไปได้ทั้งสิ้น 3,798 คัน เพิ่มขึ้น 22% และที่กำลังมาแรงแบบสุดๆ นั่นคือ รถอเนกประสงค์เอสยูวีมาสด้า ซีเอ็กซ์-5 ทำยอดขายไปได้สูงถึง 2,895 คัน เพิ่มขึ้น 22% ส่วนครอสโอเวอร์มาสด้า ซีเอ็กซ์-3 มียอดขายรวมทั้งสิ้น 2,971 และรถปิกอัพมาสด้า บีที-50 โปร ทำยอดขายไปได้ถึง 4,413 คัน นอกจากนี้ในส่วนของรถสปอร์ตโรดสเตอร์ เอ็มเอ็กซ์-5 ก็มีแฟนพันธุ์แท้เข้ามาจับจองเป็นเจ้าของมากถึง 28 คัน

    ทางด้านผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการตลาดของมาสด้า นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ แสดงความเห็นเกี่ยวกับแผนกลยุทธ์ทางการตลาดในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2560 ที่จะทำให้มาสด้าโกยยอดได้ตามเป้าหมาย โดยมาสด้าเตรียมส่งรถรุ่นใหม่ลงสู่ตลาด ซึ่งจะมาเติมความร้อนแรงให้กับตลาดรถอเนกประสงค์เอสยูวี นอกจากนี้มาสด้ายังให้ความสำคัญกับโลกของการสื่อสารในปัจจุบัน คำกล่าวที่มีความน่าเชื่อถือมากที่สุดคือคำกล่าวจากผู้ที่มีประสบการณ์ตรงจากการใช้งาน มาสด้าจึงใช้ช่องทางสื่อสารต่างๆ ถ่ายทอดเรื่องราว ประสบการณ์ ความรู้สึกของผู้ใช้รถมาสด้าในชีวิตประจำวันจริงๆ นำมาสร้างเป็นภาพยนตร์โฆษณา เพื่อถ่ายทอดความประทับใจต่างๆ เพื่อสร้างความรู้สึกเชื่อมั่นต่อแบรนด์ด้วยความจริงใจ ถ่ายทอดความผูกพันที่มีต่อแบรนด์ของลูกค้าไปกลับสู่ลูกค้า การดูแลลูกค้าไม่ได้จบเพียงแค่ให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อ แต่ยังต่อเนื่องไปถึงการบริการหลังการขาย ความชื่นชอบหลังจากใช้งาน หรือแม้แต่ความสะดวกที่ได้รับจากการนำรถเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการรูปแบบใหม่ที่มาสด้าบรรจงพัฒนาขึ้น มีลูกค้าแชร์ประสบการณ์ เรื่องราวต่างๆ เข้ามามากมาย เปรียบเสมือนกล่องแสดงความคิดเห็นเพื่อนำไปต่อยอดในการพัฒนาธุรกิจได้อีก  

    อีกหนึ่งในกลยุทธ์ที่ทำให้ลูกค้าตัดสินเป็นเจ้าของรถยนต์มาสด้าได้ง่ายขึ้น คือ การเสนอแคมเปญหรือโปรโมชั่น กับอัตราดอกเบี้ยต่ำสุด 0% และผ่อนนานถึง 6 ปี ในรุ่น ซีเอ็กซ์-5 ที่ได้รับความสนใจจากลูกค้าจำนวนมาก จึงขยายช่วงเวลาพิเศษไปจนถึง 31 ตุลาคม นี้ เช่นเดียวกับรุ่นอื่นๆ ดังนี้

    • มาสด้า2 และมาสด้า ซีเอ็กซ์-3 อัตราดอกเบี้ย 15%
    • มาสด้า3 อัตราดอกเบี้ยเพียง 99%
    • มาสด้า ซีเอ็กซ์-5 อัตราดอกเบี้ยพิเศษสุด 0% นานถึง 6 ปี หรือ เลือกดาวน์ต่ำเพียง 5% หรือเลือกผ่อนแบบสบายๆ เริ่มต้นเพียง 13,900 บาท/เดือน
    • จองรถมาสด้าทุกรุ่นรับทันที ประกันภัยชั้น 1 Mazda Premium Insurance นาน 1 ปี และค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา หรือ Mazda Care นาน 3 ปี
    • มาสด้า บีที-50 โปร ดาวน์เริ่มต้น 35,000 บาท ฟรีประกันภัยชั้น 1 Mazda Premium Insurance 1 ปี และการบำรุงรักษา หรือ Mazda Care นาน 5 ปี
    • รถสปอร์ตโรดสเตอร์ มาสด้า เอ็มเอ็กซ์-5 ฟรี ประกันภัยชั้น 1 Mazda Premium Insurance 1 ปี และโปรแกรมขยายการรับประกันคุณภาพรถยนต์สูงสุด 5 ปี

    ยอดการจำหน่ายรถยนต์มาสด้าประจำเดือนกันยายน2560 เปรียบเทียบกับปี 2559

    ข้อมูลการขายรถ

    กันยายน2560

    กันยายน2559

    % เปลี่ยนแปลง

    มาสด้า2

    2,918

    2,084

    + 40

    มาสด้า3

    346

    370

    - 6

    มาสด้า ซีเอ็กซ์-3

    249

    333

    - 25

    มาสด้า ซีเอ็กซ์-5

    534

    242

    + 121

    มาสด้า บีที-50 โปร

    371

    583

    - 31

    มาสด้า เอ็มเอ็กซ์-5

    12

    4

    + 200

    ยอดรวม

    4,430

    3,616

    + 23

    ยอดการจำหน่ายรถยนต์มาสด้าปิดไตรมาส3 (มกราคม-กันยายน ปี 2560 เปรียบเทียบกับปี 2559)

    ข้อมูลการขายรถ

    .ค. – ก.ย. ปี 2560

    .ค. – ก.ย. ปี 2559

    % เปลี่ยนแปลง

    มาสด้า2

    22,516

    17,269

    + 30

    มาสด้า3

    3,798

    3,123

    + 22

    มาสด้า ซีเอ็กซ์-3

    2,971

    3,905

    - 24

    มาสด้า ซีเอ็กซ์-5

    2,895

    2,354

    + 23

    มาสด้า บีที-50 โปร

    4,413

    5,123

    - 14

    มาสด้า เอ็มเอ็กซ์-5

    28

    26

    + 8

    ยอดรวม

    36,621

    31,800

    + 15

    ยอดขายรายไตรมาส 1 – 3 ปี 2560 เปรียบเทียบกับปี 2559

    ข้อมูลการขายรถ

    Q1 2560

    Q1 2559

    % Change

    Q2

    2560

    Q2

    2559

    % Change

    Q3

    2560

    Q3

    2559

    % Change

    มาสด้า2

    6,633

    5,813

    + 6

    7,651

    5,516

    + 39

    8,232

    5,940

    + 39

    มาสด้า3

    1,324

    1,193

    + 11

    1,353

    959

    + 41

    1,121

    971

    + 15

    มาสด้า ซีเอ็กซ์-3

    1,015

    1,631

    - 38

    1,024

    1,264

    - 19

    752

    1,010

    - 26

    มาสด้า ซีเอ็กซ์-5

    795

    722

    + 10

    809

    895

    - 10

    1,291

    737

    + 75

    มาสด้า บีที-50 โปร

    1,791

    1,533

    + 17

    1,308

    1,615

    - 19

    1,314

    1,975

    - 33

    มาสด้า เอ็มเอ็กซ์-5

    4

    12

    - 77

    6

    7

    - 14

    18

    7

    + 157

    ยอดรวม

    11,562

    10,904

    + 6

    12,331

    10,256

    + 20

    12,728

    10,640

    + 20

    โปรดติดตามข่าวสารผ่านทาง www.mazda.co.th และ MazdaThailandOfficial

     

    Mazda growth continues, sales top 36,000 units after Q3 New CX-5 to be launched in Q4

    Bangkok, Thailand, October 10, 2017 – Mazda Sales (Thailand) Co. Ltd.is preparing to launch its Q4 offensive, amidst intense market competition and economic growth thanks to the stimulus packages from the government. Domestic auto sales have also been growing, averaging at 69,000 units per month during the past 3 months, which is considered as the low season. Meanwhile, sales of Mazda vehicles throughout the past 9 months have been highly successful. During the first 3 quarters of 2017, Mazda has sold a total of 36,600 vehicles, an increase of 15% compared to the corresponding period last year. The small passenger car market in particular was back in business, with the Mazda2 subcompact enjoying a 30% sales increase. In November, Mazda will officially introduce a new SUV for the Thai market.

    Mr. Chanchai Trakarnudomsuk, President of Mazda Sales (Thailand) Co. Ltd., said Mazda has been staging numerous marketing events since the start of 2017 along with raising the image of its showrooms. “We also take care of existing customers by offering 1-day parts delivery service and providing competitive prices compared to other brands in the market, along with opening 45-minute express repair bays,” he said.

    “We also introduce minor change models to brighten up our product lineup consistently, leading to increasing popularity for Mazda vehicles. We are confident of achieving our 51,000-unit sales target, or 20% growth,“ he said, adding that the total market is expected to grow by 7-10% in 2017, finishing at over 820,000 units.

    Important factors that enabled Mazda’s rising popularity is customers’ satisfaction in the SKYACTIV technology, as well as attractive design and attention to details during the production stage, leading to customer confidence. Outstanding performance and fuel economy plus various driving technologies in every Mazda model are what the customers are looking for. Mazda sales has grown by 6% during Q1 before shooting up by 20% during Q2 and 20% during Q3. A new model will be introduced during Q4 to strengthen the Mazda lineup in Thailand.

    Mr. Chanchai said the Thai economy maintains growth, with the tourism sector enjoying the high season with an increase in both overseas and local tourists. Exports are also showing a good sign of growth, while the government’s economic stimulus measures have been directed at investments in infrastructure, supporting jobs creation, income as well as help to drive the economy during the year-end period. “Government investment as well as EEC will help create a strong momentum and Thai economy each its growth targets, along with rising consumer confidence index particularly,” he said, “The large number of travelling during the year-end season will bring more cash into the system.”

    In September 2017, Mazda sold a total of 4,430 vehicles, equivalent to a growth of 23% compared to the same month last year. The most popular model was the Mazda2 subcompact, with sales of 2,918 units (40% increase). The CX-5 SUV is gaining much attention from customers during this period after Mazda announced a special promotion consisting of 6-year interest-free installment offer plus Mazda Premium Insurance and Mazda Care free maintenance. Sales of the CX-5 surged by as much as 121% to 534 units in September.

    The Mazda3, after going through a facelift and equipment level upgrade, including the new SKYACTIV VEHICL DYNAMICS and G-Vectoring Control (GVC), plus global safety levels, experienced increased popularity with sales of 346 units. The CX-3 freestyle crossover is also popular with sales of 249 units, while sales of the MX-5 roadster amounted to 12 units. Meanwhile, sales of the BT-50 PRO pickup truck reached 371 units in September.

    After the end of Q3, Mazda sales were sizzling with a total of 36,621 units, a growth of 15% compared to the same period last year. The Mazda2 enjoyed a tremendous 30% growth with sales of 22,516 units, and is the second-most popular model in its segment (the Mazda2 was the top-selling model in August). The Mazda3 is also on a roll, with sales of 3,798 units, growing by 22%, and sales of the CX-5 SUV was also strong, growing by 22% to 2,895 units. The Mazda CX-3 crossover achieved sales of 2,971 units during the first 3 quarters of the year, while BT-50 PRO sales amounted to 4,413 units. A total of 28 units of the Mazda MX-5 was sold during this period.

    Mr. Thee Permpongpanth, Senior Marketing Director of MST, stated about Mazda’s strategy for the final quarter of 2017. “Mazda is preparing to launch a new model into the market which will significantly boost our SUV market performance. In addition, Mazda gives importance to the world of communications – we believe that the most trustworthy words are from direct experience. Mazda is relaying these experiences through stories and emotions of Mazda users in daily life, through a television commercial. We want to relay the relationship with the brand to our customers which means that customer service has been continuing from purchasing process to after sales service, as well as convenience while receiving all services at new concept of customer care. All customers’ sharing experiences have been proceeded to develop business further,” he said.

    “Another strategy for owning a Mazda vehicle is sales campaigns and promotions, including 0% interest and 6-year installment for the CX-5 that has been highly popular so we are extending the offer to October 31,” he added.

    Mazda Promotions

    • Mazda2 and Mazda CX-3 2.15% interest
    • Mazda3 1.99% interest
    • Mazda CX-5 0% interest for 6 years or 5% down payment and Bt13,900 monthly installment
    • All models 1 year Mazda Premium Insurance, 3 years Mazda Care
    • Mazda BT-50 PRO down starting at Bt35,000, 1 year Mazda Premium Insurance, 5 years Mazda Care
    • Mazda MX-5 roadster 1 year Mazda Premium Insurance, 5 years Mazda Care.

    Sales September 2016/2017

    Model

    Sep 2017

    Sep 2016

    % Change

    Mazda2

    2,918

    2,084

    + 40

    Mazda3

    346

    370

    - 6

    Mazda CX-3

    249

    333

    - 25

    Mazda CX-5

    534

    242

    + 121

    Mazda BT-50 PRO

    371

    583

    - 31

    Mazda MX-5

    12

    4

    + 200

    Total

    4,430

    3,616

    + 23

    Sales Jan - Sep 2017/2016

    Model

    Jan – Sep 2017

    Jan – Sep 2016

    % Change

    Mazda2

    22,516

    17,269

    + 30

    Mazda3

    3,798

    3,123

    + 22

    Mazda CX-3

    2,971

    3,905

    - 24

    Mazda CX-5

    2,895

    2,354

    + 23

    Mazda BT-50 PRO

    4,413

    5,123

    - 14

    Mazda MX-5

    28

    26

    + 8

    Total

    36,621

    31,800

    + 15

     

    Sales Q1 – Q3 2017/2016

    Model

    Q1 2017

    Q1 2016

    % Change

    Q2

    2017

    Q2

    2016

    % Change

    Q3

    2017

    Q3

    2016

    % Change

    Mazda2

    6,633

    5,813

    + 6

    7,651

    5,516

    + 39

    8,232

    5,940

    + 39

    Mazda3

    1,324

    1,193

    + 11

    1,353

    959

    + 41

    1,121

    971

    + 15

    Mazda CX-3

    1,015

    1,631

    - 38

    1,024

    1,264

    - 19

    752

    1,010

    - 26

    Mazda CX-5

    795

    722

    + 10

    809

    895

    - 10

    1,291

    737

    + 75

    Mazda BT-50 PRO

    1,791

    1,533

    + 17

    1,308

    1,615

    - 19

    1,314

    1,975

    - 33

    Mazda MX-5

    4

    12

    - 77

    6

    7

    - 14

    18

    7

    + 157

    Total

    11,562

    10,904

    + 6

    12,331

    10,256

    + 20

    12,728

    10,640

    + 20

     

Go to top