Mazda Thailand

  • Auto Industry News

          

     

     Seize the thrill; Ford Presents the First Ever Ranger Raptor 

    SHANGHAI, China, 7 September 2017– Ford Motor Company today announced that the hugely popular Ford Ranger pickup truck will be available in an off-road performance variant for the first time. Arriving in Asia Pacific in 2018, the purpose-built, desert-racing inspired pickup truck joins the Ford Performance family, carrying the name ‘Ford Ranger Raptor’.

     

    Designed and engineered to deliver an adrenaline pumping experience, Ford Ranger Raptor sports a head-turning exterior look that exudes toughness as well as a level of capability and off-road performance never before seen in the mid-size pickup truck segment.

     

    Sharing the same nomenclature as the F-150 Raptor, the world’s most extreme production truck, Ford Ranger Raptor will create a class of its own among off-road performance vehicles.

  • มาสด้าประกาศวิสัยทัศน์ระยะยาวสำหรับการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างยั่งยืน “Sustainable Zoom-Zoom 2030”

     

    • เตรียมเปิดตัวแนะนำ SKYACTIV-Xเครื่องยนต์เบนซินเชิงพาณิชย์ที่จุดระเบิดด้วยการบีบอัดครั้งแรกของโลก

    ฮิโรชิมา – ประเทศญี่ปุ่น – 8 สิงหาคม 2560 – มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ออกประกาศในวันนี้ว่า มาสด้าได้เตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่เพื่อก้าวไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยการประกาศวิสัยทัศน์ในระยะยาวภายใต้ชื่อโครงการ "SUSTAINABLE ZOOM-ZOOM 2030” ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีเจนเนอเรชั่นใหม่ที่จะเกิดขึ้นในอีก 13 ปีข้างหน้า หรือภายในปี พ.ศ. 2573 ในฐานะของการเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีใหม่นี้ และเพื่อให้สามารถบรรลุวิสัยทัศน์ดังกล่าว มาสด้าเตรียมเปิดตัวแนะนำเครื่องยนต์เจนเนอเรชั่นใหม่ที่เรียกว่า SKYACTIV-X ในปี พ.ศ. 2562 โดยเครื่องยนต์เบนซิน SKYACTIV-X จะกลายเป็นเครื่องยนต์เบนซินในเชิงพาณิชย์แห่งแรกของโลกที่ใช้การจุดระเบิดด้วยการอัดอากาศ1

    ภายใต้แนวคิดและวิสัยทัศน์ ซูม-ซูม อย่างยั่งยืน “Sustainable Zoom-Zoom” จากเดิมที่มาสด้าได้เคยประกาศไว้เมื่อปี พ.ศ. 2550  มาสด้าพยายามที่จะพัฒนารถยนต์ที่ให้ทั้งความเพลิดเพลิน ความสนุกสนานในการขับขี่ และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมทั้งมีระบบความปลอดภัยระดับโลก ในขณะที่อุตสาหกรรมยานยนต์ของโลกเกิดการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้นมาสด้าได้กำหนดวิสัยทัศน์ใหม่ที่มีมุมมองระยะยาว ด้วยการกำหนดวิธีการเพื่อที่มาสด้าจะได้ส่งมอบความสุข ความสนุกสนานในการขับขี่ ซึ่งเป็นพื้นฐานของรถยนต์เพื่อช่วยแก้ปัญหาที่ลูกค้าทั่วโลกและสิ่งที่ผู้คนในสังคมต้องเผชิญอยู่ในขณะนี้

    แผนพัฒนาสู่ความยั่งยืน “Sustainable Zoom-Zoom 2030” และเครื่องยนต์เจนเนอเรชั่นใหม่ SKYACTIV-X

    1. ซูม – ซูม อย่างยั่งยืน ภายในปี 2030 (Sustainable Zoom-Zoom 2030)
      มาสด้าเชื่อว่าพันธกิจที่สำคัญยิ่งของมาสด้า คือ การสร้างโลกที่สวยงาม และเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนและคนในสังคม มาสด้าจะพยายามแสวงหาหนทางใหม่ๆ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนผ่านการมอบคุณค่าที่โลกยานยนต์สามารถให้ได้

    เพื่อโลกที่สวยงาม(Earth)
    ด้วยการริเริ่มด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืนสำหรับมวลมนุษยชาติและเพื่อให้รถยนต์และมนุษย์สามารถอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืนเพื่อความสมบูรณ์และความสวยงามอยู่เสมอของโลกใบนี้

    แนวทางปฏิบัติของมาสด้า

    • ขยายมาตรการเพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อย่างครบวงจร “Well-to-Wheel” ทั้งที่มาจากขบวนการจัดหาแหล่งพลังงานเชื้อเพลิงเพื่อนำมาใช้เป็นแหล่งพลังงานของรถยนต์ และการปล่อยก๊าซ CO2จากตัวรถยนต์ โดยคำนึงถึงการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ตลอดวงจรชีวิตของรถยนต์
    • มาสด้าตั้งเป้าหมายเพื่อลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เฉลี่ยของทั้งองค์กร Corporate Average Well-to-Wheel CO2 Emission ลดลง 50 เปอร์เซ็นต์ภายในปี พ.ศ. 2573 เมื่อเทียบจากปี พ.ศ. 2553 และตั้งเป้าหมายลดลงถึง 90 เปอร์เซ็นต์ ภายในปี พ.ศ. 2593
    • มาสด้าจะสามารถบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ด้วยนโยบายการจัดลำดับความสำคัญของการปรับปรุงประสิทธิภาพและมาตรการด้านการปล่อยมลพิษที่สะอาดมากยิ่งขึ้น และสามารถใช้งานได้บนโลกแห่งความเป็นจริง
    • เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายดังกล่าว มาสด้าดำเนินการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งเพื่อพัฒนาเครื่องยนต์สันดาปภายในที่สมบูรณ์แบบมากที่สุด ปัจจุบันทั่วทั้งโลกรถยนต์ส่วนใหญ่ยังคงใช้เครื่องยนต์นี้และมีจำนวนมาก และจะยังคงต่อเนื่องไปอีกหลายปีต่อจากนี้ไป สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้อย่างเป็นรูปธรรม และรวมถึงการก่อให้เกิดผลลัพธ์กับการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อทำงานรวมกับเทคโนโลยีรถไฟฟ้าในอนาคต
    • ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562 เป็นต้นไป จะเริ่มเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าและเทคโนโลยีอื่นๆ เกี่ยวกับการขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้าในภูมิภาคที่ใช้พลังงานสะอาดเพื่อการผลิตกระแสไฟฟ้า หรือจำกัดเฉพาะยานพาหนะบางอย่างเพื่อลดมลพิษทางอากาศ

    ทางด้านสังคม(Society)
    มาสด้ามุ่งเน้นและส่งเสริมให้เกิดความปลอดภัยและการสร้างความสุขในสังคมผ่านการพัฒนายานยนต์ และระบบการจัดการที่สร้างความอุ่นใจและเสริมสร้างชีวิตของลูกค้า ด้วยการมอบประสบการณ์การขับขี่แบบไร้ขีดจำกัดให้กับลูกค้าทั่วโลก

    แนวทางของมาสด้า

    • พัฒนาเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยขั้นสูงสุด ภายใต้ปรัชญาความปลอดภัยเชิงป้องกันของมาสด้า ด้วยความมุ่งมั่นเพื่อนำไปสู่การลดการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน
    • เพิ่มความปลอดภัยขั้นพื้นฐาน เช่น ตำแหน่งการนั่งของผู้ขับขี่ที่เหมาะสม รูปแบบของแป้นเหยียบเบรก และทัศนะวิสัยในการขับขี่ และนำมาใช้จนกลายเป็นมาตรฐานสำหรับรถยนต์ทุกรุ่น
    • ส่งเสริมการสร้างมาตรฐานใหม่เกี่ยวกับคุณลักษณะด้านความปลอดภัยขั้นสูงของ i-ACTIVSENSE ซึ่งช่วยให้ผู้ขับขี่ตระหนักและประเมินอันตรายที่อาจเกิดขึ้น นอกเหนือไปจากประเทศญี่ปุ่นซึ่งได้บรรจุเป็นมาตรฐานแล้ว มาสด้าจะนำเอาเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้ และให้กลายเป็นมาตรฐานในตลาดอื่นๆ ทั่วโลก โดยจะเริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 เป็นต้นไป
    • เริ่มต้นการทดสอบเทคโนโลยีการขับขี่แบบอัตโนมัติ ในปัจจุบันถูกพัฒนาขึ้นโดยสอดคล้องกับแนวคิดการให้มนุษย์เป็นศูนย์กลางการควบคุม และคอนเซ็ปต์ใหม่ Mazda Co-Pilot2 ในปี พ.ศ. 2563 โดยมีเป้าหมายเพื่อนำไปใช้ให้เป็นมาตรฐานในรถมาสด้าทุกรุ่นภายในปี พ.ศ. 2568
    • การใช้เทคโนโลยีการเชื่อมต่อสร้างรูปแบบธุรกิจใหม่ที่ช่วยให้เจ้าของรถสามารถรองรับความต้องการของผู้คนในพื้นที่ห่างไกลและยากที่จะสามารถเดินทางเข้าถึงได้

    สำหรับลูกค้าทั่วโลก(People)
    เพิ่มความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า เสริมสร้างความสุขกายสบายใจ ด้วยการมีส่วนร่วมในการปกป้องรักษาโลกใบนี้และการมีส่วนร่วมในสังคมด้วยรถยนต์ที่สามารถส่งมอบความสุขในการขับขี่อย่างแท้จริง

    แนวทางของมาสด้า

    • เดินหน้าพัฒนาการขับขี่แบบ Jinba-ittai อย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อปลดล็อคศักยภาพของผู้คนและฟื้นฟูทั้งร่างกายและจิตใจ
    • ยึดหลักปรัชญาการออกแบบยานยนต์เสมือนมีชีวิต ด้วยการก้าวพัฒนาไปอีกขั้นของการออกแบบอันสง่างามภายใต้ โคโดะ ดีไซน์ เพื่อยกระดับการออกแบบยานยนต์ให้เสมือนเป็นงานศิลปะ ที่เสริมสร้างชีวิตและอารมณ์ของทุกคนที่กำลังเหลียวมอง
    1. เครื่องยนต์เจนเนอเรชั่นใหม่ของSKYACTIV-X
      ที่สุดของนวัตกรรมแห่งเทคโนโลยียานยนต์
    • SKYACTIV-X เป็นเครื่องยนต์เบนซินเชิงพาณิชย์ครั้งแรกของโลกที่สามารถจุดระเบิดได้โดยการอัดอากาศ โดยการเผาไหม้ของเครื่องยนต์จะเกิดขึ้นจากการจุดระเบิดของอากาศและน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผสมกัน ในขณะที่ลูกสูบเคลื่อนที่ในจังหวะของการอัด
    • วิธีการเผาไหม้นี้เป็นกรรมสิทธิ์ซึ่งเรียกว่า Spark Controlled Compression Ignition ช่วยแก้ปัญหาสองเรื่องที่เป็นอุปสรรคของการพัฒนาเครื่องยนต์เบนซินที่ใช้การจุดระเบิดในจังหวะการอัดอากาศ นั่นคือ การเพิ่มพื้นที่เพื่อสามารถทำให้เกิดการจุดระเบิดในจังหวะการอัดของลูกสูบ และการพัฒนาการจุดระเบิดที่สมบูรณ์แบบนี้ได้รวมเอาข้อดีของการจุดระเบิดด้วยการอัดอากาศและการจุดระเบิดด้วยประกายการเผาไหม้เข้าไว้ด้วยกัน

    คุณสมบัติ

    • เครื่องยนต์เผาไหม้ใหม่ที่เป็นกรรมสิทธิ์นี้รวมข้อดีของเครื่องยนต์เบนซินและดีเซล เพื่อให้ได้สมรรถนะด้านสิ่งแวดล้อม สมรรถนะพลังแรงของเครื่องยนต์ และการเร่งสปีดความเร็วที่ยอดเยี่ยม
    • การจุดระเบิดด้วยการบีบอัดและการใช้ระบบซุปเปอร์ชาร์จเจอร์ บรรจุและอัดอากาศ ทำงานร่วมกันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการประหยัดน้ำมัน และสามารถทำให้เครื่องยนต์มีการตอบสนองได้อย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน และสามารถเพิ่มแรงบิด 10 – 30 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับเครื่องยนต์ SKYACTIV-G3 ในปัจจุบัน
    • การจุดระเบิดด้วยการบีบอัดสามารถช่วยให้เกิดการเผาไหม้ที่สมบูรณ์แบบได้ในภาวะ Super Lean Burn4จึงเพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องยนต์มากขึ้น 20 – 30 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับเครื่องยนต์ SKYACTIV-G ในปัจจุบัน หรือเพิ่มขึ้น 34 – 45 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับเครื่องยนต์เบนซินของมาสด้าในปี พ.ศ. 2551 ที่มีขนาดเครื่องยนต์เท่ากัน เครื่องยนต์ SKYACTIV-X เทียบเท่าหรือสูงกว่าเครื่องยนต์คลีนดีเซลรุ่นล่าสุด SKYACTIV-D ในเรื่องของประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง
    • มีประสิทธิภาพสูงในช่วงการทำงานที่กว้างของรอบเครื่องยนต์และภาระของเครื่องยนต์ ทำให้สามารถมีอิสระในการออกแบบค่าอัตราทดเกียร์ที่ต้องการที่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงและสมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยม

    มาสด้ายังคงมุ่งมั่นสร้างสรรค์และก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง มาสด้าคาดหวังที่จะเป็นส่วนหนึ่งเพื่อช่วยสร้างอนาคตที่สดใสสำหรับผู้คนทั่วโลกและสร้างสังคมให้น่าอยู่ สามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับรถยนต์ เพื่อเสริมสร้างวิถีชีวิตของผู้คนผ่านประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์ เพื่อให้ทุกคนมีความสุขในการขับขี่ จนกลายเป็นแบรนด์หนึ่งเดียวที่ลูกค้ารักและผูกพันพร้อมที่จะเดินหน้าเคียงคู่กันตลอดไป

     

    Mazda Announces Long-Term Vision for Technology Development, ‘Sustainable Zoom-Zoom 2030’

    Introduces SKYACTIV-X, world’s first commercial gasoline engine to use compression ignition

    HIROSHIMA, Japan—Mazda Motor Corporation today announced “Sustainable Zoom-Zoom 2030,” a new long-term vision for technology development that looks ahead to the year 2030. As part of the new technology to achieve this vision, the company disclosed plans to introduce a next-generation engine called SKYACTIV-X in 2019. SKYACTIV-X will be the world’s first commercial gasoline engine to use compression ignition.1

    Under the original “Sustainable Zoom-Zoom” vision announced in 2007, the company has striven to offer both driving pleasure and outstanding environmental and safety performance. In light of the rapid changes taking place in the automotive industry, the new vision takes a longer-term perspective and sets out how Mazda will use driving pleasure, the fundamental appeal of the automobile, to help solve issues facing people, the earth and society.

    The following is an overview of “Sustainable Zoom-Zoom 2030” and the next-generation SKYACTIV-X engine.

    1. Sustainable Zoom-Zoom 2030

    Mazda believes its mission is to bring about a beautiful earth and to enrich people’s lives as well as society. The company will continue to seek ways to inspire people through the value found in cars.

    Earth

    Through conservation initiatives, create a sustainable future in which people and cars coexist with a bountiful, beautiful earth

    Mazda’s approach

    • Expand measures for carbon dioxide reduction from a “well-to-wheel” perspective, considering emissions over the vehicle’s entire life cycle
    • Aim to reduce corporate average “well-to-wheel” carbon dioxide emissions to 50 percent of 2010 levels by 2030, and achieve a 90-percent reduction by 2050
    • Achieve this with a policy prioritizing efficiency improvements and measures for cleaner emissions that apply in the real world
    • In line with this policy, continue efforts to perfect the internal combustion engine, which will help power the majority of cars worldwide for many years to come and can therefore make the greatest contribution to reducing carbon dioxide emissions, and combine the results with effective electrification technologies
    • From 2019, start introducing electric vehicles and other electric drive technologies in regions that use a high ratio of clean energy for power generation or restrict certain vehicles to reduce air pollution

    Society

    Through cars and a society that provide safety and peace of mind, create a system that enriches people’s lives by offering unrestricted mobility to people everywhere

    Mazda’s approach

    • Develop more advanced safety technologies under the Mazda Proactive Safety philosophy, working toward the goal of eliminating traffic accidents
    • Further enhance safety fundamentals, such as correct driving position, pedal layout and good visibility, and standardize them across all models
    • Promote further standardization of i-ACTIVSENSE advanced safety features, which help drivers recognize and assess potential hazards; in addition to Japan, where they are already becoming standard, gradually make these technologies standard in other markets starting in 2018
    • Begin testing of autonomous driving technologies currently being developed in line with Mazda’s human-centered Mazda Co-Pilot Concept2 in 2020, aiming to make the system standard on all models by 2025
    • Using connectivity technologies, create a new business model that enables car owners to support the needs of people in depopulated areas and those who have difficulty getting around

    People

    Enhance customers’ mental well-being with the satisfaction that comes from protecting the earth and contributing to society with a car that offers true driving pleasure

     

    Mazda’s approach

    • Pursue an enhanced Jinba-ittai driving feel that will unlock people’s potential and revitalize them mentally and physically
    • Based on the philosophy of “breathing life into the car,” further develop KODO design to raise vehicle design to the level of art that enriches the emotional lives of all who see it
    1. SKYACTIV-X next-generation engine

    Technological innovations

    • SKYACTIV-X is the world’s first commercial gasoline engine to use compression ignition, in which the fuel-air mixture ignites spontaneously when compressed by the piston
    • A proprietary combustion method called Spark Controlled Compression Ignition overcomes two issues that had impeded commercialization of compression ignition gasoline engines: maximizing the zone in which compression ignition is possible and achieving a seamless transition between compression ignition and spark ignition.

    Features

    • This new proprietary combustion engine combines the advantages of gasoline and diesel engines to achieve outstanding environmental performance, power and acceleration performance.
    • Compression ignition and a supercharger fitted to improve fuel economy together deliver unprecedented engine response and increase torque 10–30 percent over the current SKYACTIV-G gasoline engine.3
    • Compression ignition makes possible a super lean burn4 that improves engine efficiency up to 20–30 percent over the current SKYACTIV-G, and from 35–45 percent over Mazda’s 2008 gasoline engine of the same displacement. SKYACTIV-X even equals or exceeds the latest SKYACTIV-D diesel engine in fuel efficiency.
    • With high efficiency across a wide range of rpms and engine loads, the engine allows much more latitude in the selection of gear ratios, providing both superior fuel economy and driving performance.

    Moving forward Mazda hopes to help create a future in which people, the earth and society can coexist with cars, to enrich people’s lives through a car ownership experience that celebrates driving, and to become a brand with which customers feel a strong emotional connection.

     

  • มาสด้าผงาดคว้าแชมป์ไทยแลนด์ ซูเปอร์ ซีรี่ส์ ดึง “มานะ พรศิริเชิด” ร่วมทีมมอเตอร์สปอร์ต

    กรุงเทพฯ – ประเทศไทย, 5 พฤษภาคม 2560 – วงการมอเตอร์สปอร์ตเมืองไทยเริ่มเปิดฉากประลองความเร็วกันแล้ว โดยเฉพาะรายการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบยอดนิยมของเมืองไทยและอาเซียน รายการ ไทยแลนด์ ซูเปอร์ ซีรี่ส์ 2017 ที่มีรถยนต์หลากหลายรุ่นเข้าร่วมทำการแข่งขัน โดยเฉพาะมาสด้าที่ยังคงมุ่งมั่นสร้างผลงานในวงการมอเตอร์สปอร์ต อย่างต่อเนื่อง เพื่ออวดสมรรถนะความแรงของเจ้าจิ๋วตัวจี๊ด มาสด้า2 สกายแอคทีฟ-ดี เครื่องยนต์คลีนดีเซล ที่สำคัญดึงนักแข่งประสบการณ์ขั้นเทพอย่าง “มานะ พรศิริเชิด” มาร่วมทีม Mazda Innovation Motorsport เสริมความแข็งแกร่ง ประกบคู่มากับ มร. ไมเคิล ฟรีแมน ลงประเดิมสนามแรกก็สร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม คว้าแชมป์แรกมาครองได้สำเร็จ พร้อมเก็บคะแนนสะสมขึ้นอันดับ 1 ในประเภท Thailand Super Compact

    นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ผู้อำนวยอาวุโสฝ่ายการตลาด มาสด้า เซลส์ ประเทศไทยกล่าวว่า มาสด้าโลดแล่นอยู่ในวงการมอเตอร์สปอร์ตไทยมานาน มาสด้ากับความเป็นสปอร์ตมีดีเอ็นเอเดียวกัน และเราได้สร้างทีมแข่งขึ้นมาภายใต้ชื่อทีม Mazda Innovation Motorsport ถือเป็นอีกหนึ่งเครื่องยืนยันความเป็นสายพันธุ์สปอร์ตตัวจริง และแสดงถึงสมรรถนะอันทรงพลังของรถมาสด้าได้ชัดเจนที่สุด ในปีนี้ส่งแข่งขันรายการ ไทยแลนด์ ซูเปอร์ ซีรี่ส์ เป็นปีที่ 3 โดยมีรถมาสด้า2 ที่มาพร้อมเครื่องยนต์สกายแอคทีฟ-ดี ขนาด 1500 ซีซี ทั้งสองคัน ในรุ่นซีดาน 4 ประตู หมายเลข 55 ขับโดย ไมเคิล ฟรีแมน และความพิเศษของปีนี้คือการต้อนรับสมาชิกน้องใหม่ของทีม  “มานะ พรศิริเชิด” ที่มีประวัติอันโชกโชนในวงการแข่งขันรถยนต์ พร้อมลงประเดิมสนามแรกร่วมกับทีมโดยควบมาสด้า2 รุ่น แฮตช์แบค 5 ประตู หมายเลข 43 พร้อมลงประลองความเร็วครบทั้ง 8 สนาม ในประเภท Thailand Super Compact ซึ่งเป็นคลาสที่มีรถลงแข่งค่อนข้างหลากหลาย ความท้าทายจึงมากขึ้นด้วย นอกจากนี้เรายังได้รับการสนับสนุนจาก มาสด้า คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น มาช่วยเสริมความแข็งแกร่งในการพัฒนารถแข่งให้มีสมรรถนะดีเยี่ยมเต็มเปี่ยมด้วยขุมพลังยิ่งขึ้น  เพื่อเพิ่มโอกาสในการคว้าแชมป์ให้มากที่สุด

    ผลการแข่งขัน 2 สนามแรกที่ผ่านมา ซึ่งจัดขึ้น ณ สนาม ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 27-30 เมษายน 2560 ที่ผ่านมา มาสด้าส่ง 2 นักแข่ง ลงทำการแข่งขันในประเภท Thailand Super Compact โดยสนามแรก มานะ พรศิริเชิด หมายเลข 43 เข้าวินมาเป็นที่ 2 ส่วน มร. ไมเคิล ฟรีแมน หมายเลข 55 จบในอันดับที่ 3 ส่วนสนาม 2 ไมเคิลสามารถคว้าแชมป์มาครองได้สำเร็จ ส่วนมานะตามมาติดๆ คว้ารองแชมป์มาครอง ส่งผลทำให้คะแนนสะสมของนักแข่งทั้ง 2 คน และประเภททีมขึ้นมาอยู่อันดับหนึ่ง

    ด้านนักแข่งน้องใหม่ที่เพิ่งเข้ามาร่วมทีมกับมาสด้า มานะ พรศิริเชิด กล่าวถึงความรู้สึกหลังจากได้เข้ามาร่วมทีมมาสด้าว่า “ที่จริงแล้วผมคลุกคลีกับรถมาสด้ามานานมาก เพราะมีโอกาสได้สัมผัสและเรียนรู้เทคโนโลยีต่างๆ ของมาสด้า ที่มีเทคโนโลยีสกายแอคทีฟ มาครบทุกรุ่น และมีโอกาสได้นำเอาความรู้ความสามารถเหล่านี้ไปพัฒนาทีมงานฝ่ายขายของมาสด้า รวมทั้งมีโอกาสในการเพิ่มทักษะการขับขี่แบบแอดว๊านให้กับลูกค้ามาสด้ามานาน โดยเฉพาะงานด้านมอเตอร์สปอร์ตที่มาสด้าจัดให้กับลูกค้าเป็นประจำ ส่วนการได้รับโอกาสจากมาสด้าในครั้งนี้คือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผมมาก ด้วยความคุ้นเคยและคลุกคลีกับรถมาสด้าอยู่แล้ว เลยทำให้สามารถนำเอาประสบการณ์ต่างๆ มาปรับให้เข้ากับการแข่งขัน จนสามารถคว้าอันดับ 2 มาได้ทั้ง 2 สนาม และคะแนนสะสมอยู่ในอันดับที่ 2 ส่งผลให้นักแข่งทีม Mazda Innovation Motorsport ขึ้นโพเดียมใน 2 สนามแรกได้อย่างสวยงาม เปิดโอกาสลุ้นแชมป์ของรายการ

    สำหรับโปรแกรมการแข่งขันสนามต่อไป

    • สนาม 3-4 วันที่ 27 มิถุนายน – 2 กรกฎาคม 2560 ณ บางแสน สตรีท เซอร์กิต จังหวัด ชลบุรี
    • สนาม 5-6 วันที่ 21-24 กันยายน 2560 ณ ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์
    • สนาม 7-8 วันที่ 26-29 ตุลาคม 2560 ณ ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์

    บรรยายภาพ

    MMS_1 – มาสด้า2 ซีดาน เครื่องยนต์คลีนดีเซล หมายเลข 55 คู่ใจของ ไมเคิล ฟรีแมน

    MMS_2 – มาสด้า2 รุ่นแฮตช์แบค เครื่องยนต์คลีนดีเซล หมายเลข 43 คู่ใจนักแข่งใหม่ของทีม มานะ พรศิริเชิด

    MMS_3 – เตรียมพร้อมก่อนออกวาดลวดลายบนสนามแข่งนัดเปิดฤดูกาล

    MMS_4 – อีก 5 นาที ก่อนระเบิดความมันส์บนสนามแข่ง

    MMS_5 – ลีลาการขับเคี่ยวไล่เบียดกับคู่แข่ง

    MMS_6 – พลังความแรงของเครื่องยนต์คลีนดีเซลทิ้งห่างคู่แข่งแบบไม่เห็นฝุ่น

    MMS_7 – จังหวะขึ้นนำของ มานะ พรศิริเชิด มือเก๋าประสบการณ์

    MMS_8 – ไล่บี้กันเอง เกาะติดหนึบติดทุกโค้ง

    MMS_9 – จังหวะเข้าเส้นชัยผ่านธงตาหมากรุกของขุนพลคู่

    MMS_10 – ขึ้นแท่นยืนโพเดียมอย่างสมศักดิ์ศรี อันดับ 1 และ 2

    MMS_11 – โฉมหน้าของแชมป์และรองแชมป์

    MMS_12 – บรรดาขุนพลผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของทีม Mazda Innovation Motor Sport Team

    Mazda clinches Thailand Super Series crown while welcomes Mana Pornsiricherd as the new racer

    Bangkok – Thailand, May 5, 2017 – With the Thailand motorsport season kicking off through the Thailand Super Series 2017 that has been popular among Thai and ASEAN fans, Mazda continues to roll out new achievements with the diesel-powered Mazda2 SKYACTIV-D. This year the Mazda Innovation Motorsport team welcomes Mana Pornsiricherd, who will race alongside teammate Michael Freeman. Mana shows his brilliant performance and together they lead the points standings and ranked No.1 in the Thailand Super Compact class.

    Mr. Thee Permpongpanth, Senior Marketing Director of Mazda Sales (Thailand) Co. Ltd., said Mazda has been participating in the Thai motorsports scene for a long time and shares the same sporty DNA. Mazda Innovation Motorsport is proof of Mazda’s motorsports heritage and its outstanding performance. “This is the third year that Mazda is competing in the Thailand Super Series, with Michael driving the Mazda2 SYACTIV-D sedan (No.55) while our new member Mana Pornsiricherd, who has a long list of outstanding achievements throughout his racing career, drives the Mazda2 SKYACTIV hatchback (No.43). Both compete in the Thailand Super Compact class, with 8 races to be held this year,” he said. “This is a class that has a variety of competitors, so there is a bigger challenge.” He said the team is supported by Mazda Motor Corporation taking an important role in enhancing the performance of both cars to maximize the chance to win.

    During the opening leg at the Chang International Circuit in Buriram from April 27-30, In Thailand Super Compact Class, in the first race Mana drove past the checker flag and finished in second position and Freeman came in third. In the second race Freeman came in first while Mana came in second so both racers’ and overall team scores now lead the points standings.

    The newcomer Mana Pornsiricherd expressed his feeling in joining the Mazda Innovation Motorsport Team that “I’ve actually been very familiar with Mazda cars because I’ve experienced all Mazda SKYACTIV vehicles. I’ve been able to transfer these knowledge to Mazda Sales Team and I’ve done a lot of advanced driving skill courses to Mazda customers, especially in Mazda Motorsports activities. This is a great opportunity for me being a part of Mazda Innovation Motorsport team. With my familiarity with Mazda cars, I’ve been able to apply these experiences to racing and finished in second position in both races, and now second in the points standings”. This impressive performance surely opens the door for Mazda Innovation Motorsport Team to win this season.

    The following legs will be held as follows:

    • Races 3-4 June 27-July 2 Bangsaen Street Circuit Chon Buri
    • Races 5-6 September 21-24 Chang International Circuit Buriram
    • Races 7-8 October 26-29 Chang International Circuit Buriram
  • มาสด้าสานสัมพันธ์ลูกค้าหัวใจสปอร์ตจัดงานใหญ่ประจำปี Mazda Motor Sport Day ยกขบวนเทคโนโลยีใหม่ให้สัมผัสอย่างใกล้ชิด

    กรุงเทพฯ ประเทศไทย –22 มีนาคม 2560มาสด้าเดินกระชับสัมพันธ์แนบแน่นกับลูกค้า จัดกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ มาสด้า มอเตอร์สปอร์ต เดย์ 2017มอบประสบการณ์ขับขี่สุดเร้าใจสไตล์สปอร์ตในแทร็คจริง เรียนรู้เทคนิคการขับขี่แบบ จินบะ-อิไต เพื่อความเป็นหนึ่งเดียวระหว่างผู้ขับขี่กับตัวรถ ฝึกอบรมเทคนิคการขับขี่ขั้นสูงจากนักแข่งมืออาชีพชื่อดัง สอดแทรกเทคนิคการขับขี่ปลอดภัยเพื่อเป็นประโยชน์ต่อสังคมของผู้ใช้รถบนท้องถนน ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุ ลูกค้าให้ความสนใจร่วมสัมผัสกับสมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยมด้วยเทคโนโลยีใหม่SKYACTIV-VEHICLE DYNAMICS และความล้ำสมัยในรุ่นมาสด้า2 และมาสด้า3 ใหม่ล่าสุดสร้างความตื่นเต้นและประทับใจอย่างมาก ตอบรับนโยบายสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้ณ สนามพีระ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต พัทยา

    นอกจากการพัฒนาแบรนด์ทั้งในด้านผลิตภัณฑ์ที่เต็มเปี่ยมด้วยคุณภาพ เทคโนโลยีอันล้ำสมัย รูปลักษณ์ที่งดงาม ระบบความปลอดภัยที่เริ่มต้นด้วยการป้องกันจนถึงการปกป้องสูงสุด เพื่อเป็นแบรนด์รถยนต์ที่ลูกค้าเชื่อมั่น และไว้วางใจให้เป็นเสมือนคู่ชีวิตมาสด้าได้ให้ความสำคัญในด้านผู้จำหน่าย ยืนหยัดการเป็นแบรนด์ญี่ปุ่นพรีเมียมที่สมบูรณ์แบบ ด้วยภาพลักษณ์ใหม่ของโชว์รูม การยกระดับมาตรฐานการบริการทั้งก่อนและหลังการขาย ดูแลเอาใจใส่ลูกค้าทุกคนให้เมือนครอบครัว กิจกรรม มาสด้า มอเตอร์สปอร์ต เดย์ 2017 จึงถูกจัดขึ้นเพื่อลูกค้ามาสด้าโดยเฉพาะและต่อเนื่อง หลังจากที่กระแสตอบรับกิจกรรมในปีที่ผ่านมาดีเกินคาด ลูกค้าให้ความสนใจเข้าร่วมกิจกรรมมากขึ้น โดยในปีนี้มีลูกค้าหัวใจสปอร์ตสไตล์ ซูม-ซูม กว่า 1,000 คน มีรถเข้าร่วมงานกว่า400 คัน ตบเท้าเข้าร่วมกิจกรรมกันอย่างเนืองแน่น รวมทั้งผู้บริหารมาสด้าที่ให้ความสำคัญกับกิจกรรมในครั้งนี้ นำโดย รองประธานบริหาร มร. อัตสึชิ ยาซูโมโต้, มร.ฮิโรชิ คูโกะ  รองประธานบริหาร ฝ่ายบริการลูกค้าและอะไหล่ และนายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการตลาด

    นายพาสกาล เศรษฐบุตร รองประธานฝ่ายขายและบริหารความพึงพอใจลูกค้า แม่งานหลักในการจัดงานในครั้งนี้ กล่าวว่า เป็นอีกหนึ่งโอกาสที่ดีที่มาสด้าจะได้ใกล้ชิดกับลูกค้า พบปะทำความรู้จัก ร่วมพูดคุย แบ่งปันประสบการณ์ต่างๆ ซึ่งกันและกัน นอกจากลูกค้าจะได้เปิดประสบการณ์ขับขี่อย่างทดสอบความแรงเต็มขั้นด้วยการขับขี่ในสนามแข่งจริงแล้ว มาสด้าจัดเต็มความเอ็กซ์คลูซีฟด้วยการนำรถรุ่นมาสด้า 2 และมาสด้า 3 ใหม่ ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา มาให้แฟนๆ มาสด้าได้ทดลองขับภายในงานด้วย เพื่อให้ได้สัมผัสกับสมรรถนะที่ดีเยี่ยมด้วยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดSKYACTIV-VEHICLE DYNAMICS ที่มาพร้อมG-VECTORING CONTROL ระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะ ที่ช่วยให้การทรงตัวเป็นไปอย่างนิ่มนวล การยึดเกาะถนนดียิ่งขึ้น ความปลอดภัยและความสะดวกสบายที่มากขึ้นด้วย

    นอกจากนี้ยังมีโรดสเตอร์ระดับตำนานMX-5 เจ้าของรางวัลWORLD CAR OF THE YEAR 2016 และWORLD CAR DESIGN OF THE YEAR 2016ที่ผ่านมา และครอสโอเวอร์สายพันธุ์มาสด้าCX-5 ที่อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีเต็มคัน มาให้ได้ทดลองขับขี่ภายในงานด้วย นอกจากความสนุกสนานเร้าใจจากการทดลองขับขี่ ยังได้เรียนรู้เทคนิคการขับขี่ขั้นสูง การขับขี่ปลอดภัยที่นำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในชีวิตประจำวัน เพื่อลดอุบัติเหตุบนท้องถนน รวมถึงการขับขี่ในแบบ จินบะ อิไตที่คนและรถผสานกันเป็นหนึ่งเดียว โดยได้รับเกียรติจากนักแข่งมืออาชีพ อาทิ จากนักแข่งจากทีม มอเตอร์ สปอร์ต นำทีมโดย คุณไมเคิล ฟรีแมน นอกจากนี้ยังมีดาราเซเลปที่เป็นนักแข่งอันดับท็อปของเมืองไทยอย่าง พีทธนพลทองเจือ, อั๋น สิริคุปต์ เมทะนี และ หนึ่งมานะ พรศิริเชิด มาร่วมสร้างสีสันในงานเรียนรู้เทคนิคด้านการดูแลรักษารถในเบื้องต้น การตกแต่งรถโดยผู้เชี่ยวชาญจากทีมInnovationสร้างความตื่นเต้น และประทับใจให้กับลูกค้า สานสัมพันธ์อันดีให้แนบแน่นยิ่งขึ้น

    จากพฤติกรรมของผู้บริโภคในปัจจุบันที่มีอำนาจในการต่อรองเลือกซื้อสินค้ามากขึ้น ค้นหาข้อมูลและใช้เปรียบเทียบประกอบการตัดสินใจซื้อ เพื่อให้ได้มาซึ่งของที่ตอบสนองต่อความต้องการและเกิดประโยชน์ต่อการใช้งานสูงสุด กิจกรรมนี้จะทำให้กลุ่มลูกค้ารายใหม่ได้มีโอกาสสัมผัสกับรถมาสด้าอย่างเต็มที่ ซึ่งจุดเด่นของรถแบรนด์มาสด้าคือการเป็นรถที่ขับสนุกสนานเร้าใจ กิจกรรมดังกล่าวจึงเสมือนเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างสัมพันธ์กับกลุ่มลูกค้ารายใหม่ได้อีกด้วย การจัดกิจกรรมCRM จึงเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่มาสด้าให้ความสำคัญที่จะสานต่อเพื่อให้ลูกค้าเกิดความประทับใจ รู้สึกใกล้ชิดและอบอุ่นอยู่ตลอดเวลา เกิดเป็นความสัมพันธ์ที่แนบแน่นและยืนยาวต่อไป

    กิจกรรมสุดพิเศษนี้จัดได้ต่อเนื่องเป็นปีที่3 ณ สนามพีระ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต พัทยา หลังจากที่ได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้ามาสด้าปีที่ผ่านมา และยังได้รับความสนใจจากลูกค้าภายนอกอย่างล้นหลาม ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ช่วยให้มาสด้าได้ใกล้ชิดกับลูกค้า สร้างความพึงพอใจ สานสัมพันธ์อันดีให้แนบแน่นมากขึ้น รวมไปถึงการขยายกลุ่มลูกค้ารุ่นใหม่ของมาสด้าต่อไปด้วย ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้ได้รับการสับสนุนเป็นอย่างดีจากพันธมิตะรางธุรกิจ ประกอบด้วย ยางดันลอป, น้ำมันเครื่องโททาล, บริษัทสเป็กตั้ม, ธนาคารทิสโก้, ยีเอสแบตเตอรี่, ชุดแต่งออโรคลาส, ผ้าเบรกเบนดิก, เนวิเกเตอร์เฮีย, เครื่องดื่มเป็ปซี่, ล้ออัลลอยด์เคซี, รถวิทยุบังคับทามิย่า, และเครื่องเสียงไพโอเนีย

Go to top